ประวัติศาสตร์ความเป็นมาและข้อมูลน่ารู้ของประเทศ Croatia

ประวัติศาสตร์ความเป็นมาและข้อมูลน่ารู้ของประเทศ Croatia

ประวัติศาสตร์ความเป็นมาและข้อมูลน่ารู้ของประเทศ Croatia ทั้งวันหยุดประจำปี, กิจกรรมแนะนำประจำเดือน รวมถึงงบประมาณและค่าใช้จ่ายต่อคน/ต่อวัน

สาธารณรัฐโครเอเชีย | Republic of Croatia

วันหยุดประจําปี

วันหยุดประจําปีของโครเอเชีย

 

1 ม.ค. New Year’s Day

6 ม.ค. Epiphany

มี.ค./เม.ย. Easter Day

1 พ.ค. Labour Day

4 มิ.ย. Corpus Christi

22 มิ.ย. Anti-Fascist Struggle Da

25 มิ.ย. Statehood Day

5 ส.ค. Victory Day

15 ส.ค. Assumption of Mary

8 ต.ค. independence Day

1 พ.ย. At Saints’ Day

25, 26 ธ.ค. Christmas Holidays

 

กิจกรรมแนะนําประจําเดือน

ประวัติศาสตร์ความเป็นมาและข้อมูลน่ารู้ของประเทศ Croatia

ม.ค. Days of Adriatic Squid จิบไวน์แกล้มปลาหมึกปิ้งกันสดๆที่ Istria

ก.พ. เดือนแห่งคาร์นิวัล ไม่ว่าจะเป็นที่ Garesnica (GAP), Jaska, Crikvenica หรือ Cetina

มี.ค. Skraping Trekking Race กีฬาสุดเอกซ์ตรีม ปีนป่ายโหดบนโขดหินแหลมที่เกาะ Pasman

เม.ย. Asparagus Omelette ทําไข่เจียวหน่อไม้ฝรั่งในกระทะ 5 คนโอบที่เมือง Crikvenica

พ.ค. Strawberry Festival ทั้งหมู่บ้าน Selce ริมทะเล หอมหวนไปด้วยสตรอว์เบอร์รีสด

มิ.ย. Zadar Concert Season รวมศิลปินใหม่เก่าและวงออร์เคสตร้าเก่าแก่ของเมือง Zadar

ก.ค. Supertoon เทศกาลหนังแอนิเมชันที่จับคนทั้งในและนอกวงการมาเจอกันที่ Siberik

ส.ค. Rhapsody in Blue แปลงเสียงคลื่นและชายหาดให้กลายเป็นอาร์ตแกลเลอรีที่เมือง Fažana

ก.ย. Festival of Grapes แห่องุ่น กรุ่นกลิ่นไวน์ มีมาตั้งแต่ปี 1905 ที่เมือง Buie

ต.ค. Wine Marathon แข่งดื่มไวน์ให้ได้มากชนิดที่สุดที่มหาวิทยาลัย Knedevi Vinograd

พ.ย. Fish Stew Fests ลุ้นการแข่งขันทําซุปปลา (ที่เหมือนจะง่าย) ที่มหาวิทยาลัย Erdu

ธ.ค. Advent in Zagreb ฉลองคริสต์มาสกับหลากหลายกิจกรรมกลางเมืองหลวง

 

เรื่องน่ารู้ก่อนไปเที่ยวโครเอเชีย

ประวัติศาสตร์ความเป็นมาและข้อมูลน่ารู้ของประเทศ Croatia

เมืองหลวง : ซาเกรบ

พื้นที่ : เล็กกว่าไทย 9 เท่า

ประชากร : 4.5 ล้านคน

ภูมิอากาศ : เมดิเตอร์เรเนียน

ภาษาราชการ : โครเอเชียน

ศาสนา : คริสต์โรมันคาทอลิก

รายได้ต่อหัว : มากกว่าคนไทย 4 เท่า

สกุลเงิน : คูนา (Kuna)

รหัสโทรประเทศ : +385

รหัสโทรเมืองหลวง : 01

เหตุด่วนเหตุร้าย : 112 Fritute โดนัททอดลูกกลมๆ ราดหน้าตามใจชอบ (ขอแนะนํา Nutella)

ค่าใช้จ่าย ต่อคน ต่อวัน (บาท)

งบโดยรวม : 3,000 – 5,500

ที่พัก : 1,800

อาหาร เครื่องดื่ม : 1,000

เดินทางในเมือง : 150

เข้าชมสถานที่ : 150

(1 คูนา – 5 บาท)

 

ประวัติศาสตร์

เนื่องจากประเทศโครเอเชียมีภาษาเป็นของตัวเอง มีคําสะกดและคําอ่านเป็นของตัวเอง ดังนั้น คําหลักๆที่ควรทราบเลยก็คือ

  • ประเทศโครเอเชีย (Croatia) มีชื่อในภาษาของเขาว่า เฮร์อวาทสกา (Hrvatska)
  • ภาษาโครเอเชียน (Croatian Language) มีชื่อในภาษาของเขาว่า เฮร์อวาทสกิ (Hrvatski)
  • ชาวโครแอท (Croat) สําหรับเรียกคน 1 คน หรือ โครแอทส์ (Croats) สําหรับเรียก 2 คนขึ้นไป มีชื่อในภาษาของเขาว่า เฮร์อวาท (Hrvat) สําหรับ 1 คน และ เฮร์อวาติ (Hrvati) สําหรับ 2 คนขึ้นไป เว็บไซต์ที่ลงท้ายด้วย .hr ก็คือเว็บไซต์ของประเทศโครเอเชียนั่นเอง

 

ยุคก่อนประวัติศาสตร์

ในปี 1899 ซากโครงกระดูกมนุษย์เนแอนเดอธอล (Neanderthal) หรือมนุษย์ยุคหิน อายุ 130,000 ปี ได้ถูกขุดพบที่บริเวณเมืองกราปีนา (Krapina) เมืองเล็กๆทางเหนือของซาเกรบเป็นหลักฐานยืนยันว่าดินแดนอันเป็นที่ตั้งของประเทศโครเอเชียปัจจุบัน มีผู้คนอาศัยอยู่มาตั้งแต่สมัยยุคหิน โดยพวกเขาทําอาชีพปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ อาวุธ และเครื่องมือทํามาหากินล้วนทํามาจากหิน ต่อมาจึงได้พัฒนาสู่ยุคทองสําริดและเหล็กตามลําดับ

 

การเริ่มต้นของประวัติศาสตร์

Queen Teuta

ประวัติศาสตร์ชาติโครเอเชียย้อนกลับไปราว 1,200 ปีก่อนคริสตกาล ดินแดนแห่งนี้ (รวมถึงอีกหลายๆประเทศเพื่อนบ้าน) ได้ถูกปกครองโดยชาวอิรีเรียน (Ilyrian) ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่เกิดจาก การรวมตัวกันของหลายชนเผ่า แต่ละเผ่าที่ไปปกครองดินแดนอื่นก็อาจจะมีชื่อเรียกที่ต่างออกไป แต่ พวกเขามีวัฒนธรรมการสร้างที่อยู่อาศัยและการพิธีศพที่คล้ายคลึงกัน

ต่อมาประมาณ 390 ปีก่อนคริสตกาล ชาวกรีกได้เริ่มแผ่อํานาจจักรวรรดินิยมมายังชายฝั่งทะเลอาเดรียติก (Adriatic Sea) โดยชาวอิรีเรียนทําการค้าน้ำมัน ไวน์ เกลือ และโลหะให้แก่ชาวกรีก กาล เวลาผ่านไปอีกหลายร้อยปี ชาวอิรีเรียนเริ่มอยากแยกตัวเป็นอิสระ ทําให้ชาวกรีกไปขอความร่วมมือจาก ชาวโรมันให้มาช่วยห้ามปราม ระหว่างเจรจา ทหารส่งสาส์นชาวโรมันกลับโดนราชินีเตอูตา (Queen Teuta) สั่งประหารชีวิต เรื่องนี้จึงเป็นชนวนสงครามระหว่างชาวโรมันกับชาวอิรีเรียนที่ยืดเยื้ออยู่กว่า 60 ปี จนสุดท้ายก็จบลงด้วยชัยชนะของชาวโรมัน

ชาวโรมันได้แบ่งดินแดนออกเป็นเขต (Province) เช่น เขต Dalmatia บริเวณชายฝั่งทะเล annonia บริเวณชายแดนบางส่วนของฮังการีในปัจจุบัน ชาวโรมันได้เริ่มสร้างเมือง ถนนหนทาง

บ้านเรือน นําความเจริญและภูมิปัญญาทางระบบสาธารณูปโภคสู่โครเอเชีย จนกระทั่งอาณาจักรโรมันล่มสลายลงในคริสต์ศตวรรษที่ 5

 

ยุคกลาง (Middle Ages) หรือตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 5-15

เมื่อถึงต้นศตวรรษที่ 7 ชาวโครแอทส์ (เชื้อสายสลาวิก) ได้อพยพเข้าสู่บริเวณเขตดัลเมเชีย (Dalmatia) ริมฝั่งทะเลอาเดรียติก (Adriatic Sea) แล้วค่อยๆขยายอาณาเขตไปยังภาคพื้นตะวันออกและทางภาคเหนือของประเทศ

โครเอเชียได้เปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์ในคริสต์ศตวรรษที่ 9 โดยเข้ากับฝ่ายคาทอลิกตะวันตก (Western Catholic) ที่กรุงโรม มากกว่าจะเป็นฝังออโธดอกซ์ตะวันออก (Eastern 0rthodox) ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่กรุงคอนสแตนติโนเปิล (ปัจจุบันคืออิสตันบูล) โครเอเชียตกอยู่ภายใต้การปกครองของกษัตริย์โคโลแมน (King Koloman) แห่งฮังการีในปี 1102

ในยุคกลางนี้ นอกจากการค้าจะรุ่งเรืองแล้ว ก็ยังมีการแย่งชิงดินแดนเกิดขึ้นจากอาณาจักรอื่น โดยเฉพาะชาวเวเนเชียน (Venetians) หรืออาณาจักรเวนิสที่ต้องการครอบครองดินแดนบริเวณชายฝั่งทะเลอาเดรียติกเอาไว้ทั้งหมด กษัตริย์ฮังการีจึงตัดสินใจขายบางเมืองให้พวกเขาเพื่อหลีกเลี่ยง สงคราม เช่น เขตอิสเตรีย (Istria) และบางส่วนของเขตดัลเมเชีย (Dalmatia)

ชาวออตโตมันเติร์กเริ่มได้รับชัยชนะเหนือดินแดนบางส่วนของโครเอเชียในปี 1993 และแผ่ขยายอํานาจเรื่อยมาจนครอบครองเกือบทั้งหมดในช่วงปลายของศตวรรษที่ 16 แต่แล้วก็ต้องพ่ายให้แก่ราชวงศ์ฮับสบวร์กแห่งออสเตรียในสงครามพี่ธอร์วอร์ชัน (Battle of Petrovaradin Peterwardein) ระหว่างปี 1716-1718 ทําให้โครเอเชียหลุดจากการอยู่ภายใต้อํานาจชาวเติร์ก

 

กระแสปฏิวัติและซาตินิยม (คริสต์ศตวรรษที่ 18-19)

เหตุการณ์ค่อนข้างสงบในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 18 แม้ว่าทั้งออสเตรีย ฮังการี และเวนิส จะไม่เลิกล้มความอยากที่จะมาครอบครองโครเอเชียก็ตาม และในศตวรรษต่อมา นโปเลียนแห่งฝรั่งเศส ก็ได้ครอบครองแผ่นดินแถบนี้ในช่วงสั้นๆ ก่อกําเนิดเกิดเขตอิรีเรียนขึ้นมา แล้วก็พ่ายแพ้ต่ออังกฤษในปี 1815

กระแสการปฏิวัติฝรั่งเศสทําให้ชาวโครแอทส์เริ่มมีกระแสรักชาติเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับการพัฒนาความเข้มแข็งทางภาษาและวัฒนธรรมของตัวเองให้เด่นชัดขึ้น นักหนังสือพิมพ์และนักภาษาศาสตร์ที่สําคัญคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ชื่อ ยูเดวิด กาย (Liudevit Gai) ได้เขียนบทความออกวารสารต่อต้านภาษาฮังกาเรียนขึ้นในปี 1836

ในปี 1847 รัฐสภาโครเอเชีย (Sobor) ได้มีมติเห็นชอบให้ภาษาโครเอเชียนเป็นภาษาประจําชาติและล้มเลิกระบบศักดินาให้หมดไปจากประเทศ เพียง 1 ปีก่อนที่จะเกิดกระแสปฏิวัติใหญ่ไปทั่วยุโรป แต่กระแสนี้ก็ยังไม่ทําให้อํานาจของราชวงศ์ฮับส์บวร์กเสื่อมลงได้ ฮังการีและออสเตรียยังคงไม่ลงรอย โครเอเชียไม่ต้องการอยู่ภายใต้อํานาจฮังการี จึงตัดสินใจหันเข้าหาออสเตรีย พร้อมกับร้องขออํานาจตัดสินใจอย่างอิสระ ออสเตรียจึงได้แต่งตั้ง โยสิบ เยหลักจิกซ์ (Josio Jelacid) เป็นผู้สําเร็จราชการหรือ อุปราช (Ban) แห่งโครเอเชีย

20 ปีต่อมาออสเตรียกับฮังการี รวมตัวกันเป็นจักรวรรดิออสโตร-ฮังกาเรียน (Austro-Hungarian Empire) โดยกษัตริย์ออสเตรียยังคงปกครองทั้งสองประเทศ และยังผนวกเอาดินแดนของ เช็ก สโลวัค โปแลนด์และดินแดนของอดีตยูโกสลาเวียทั้งหมด รวมทั้งโครเอเชียถูกแบ่งเป็นสองส่วน โดยดัลเมเชียอยู่ภายใต้ออสเตรีย และที่เหลือเกือบทั้งหมดตกอยู่ภายใต้อํานาจฮังการี

 

สงครามโลกและอิสรภาพ (คริสต์ศตวรรษที่ 20-21)

จักรวรรดิออสโตร-ฮังกาเรียน ล่มสลายลงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 จะสิ้นสุด ทําให้โครเอเชียสามารถประกาศอิสรภาพได้ในเดือนตุลาคม ปี 1918 อย่างไรก็ตามในวันที่ 1 พฤศจิกายนปีเดียวกัน ชาวโครแอทส์ (Croats) ได้ตัดสินใจเข้าร่วมกับชาวเซิร์บส์ (Serbs) และชาวสโลวีนส์ (Slovenes) ก่อตั้งรัฐใหม่ขึ้นมาชื่อว่า Kingdom of Serbs, Croats and Slovenes

 

Statue of Josip Jelacic

รูปปั้นท่านอุปราชายหลักฉีกข์ | (Ban Josip Jelacic Statue | Kip Bana Josipa Jelacic)

หลังจากนั้นไม่นานชาวโครแอทส์ก็เริ่มอยากแยกตัว เพราะความตั้งใจแรกจะตั้งเป็นสหพันธรัฐ (Federal) แต่กลับได้มาเป็นระบบรัฐเดี่ยว (Unitary) ในปี 1929 กษัตริย์อเล็กซานดาร์ (King Aleksandar) ได้ยุติอํานาจรัฐสภาลงชั่วคราว และเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบเผด็จการกษัตริย์ (Royal Dictatorship) รวมถึงเปลี่ยนชื่อรัฐเป็น ราชอาณาจักรยูโกสลาเวีย (Kingdom of Yugoslavia) หมายถึง ดินแดนของชาวสลาฟตอนใต้

ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ยูโกสลาเวียเป็นกลางในช่วงแรก จนเดือนมีนาคมปี 1941 เกิดรัฐประหารนําโดยฝ่ายที่เอียงฝั่งอังกฤษ ทําให้กองกําลังเยอรมนีบุกเข้าโจมตีในเดือนถัดมา และได้รับชัยชนะเหนือประเทศยูโกสลาเวีย หลังจากนั้นการปกครองก็เปลี่ยนมือเปลี่ยนระบอบอีกหลายครั้ง จากฟาสซิสท์ เป็นรัฐอิสระ และเป็นระบอบคอมมิวนิสต์

ปี 1991 ชาวโครแอทส์ลงคะแนนออกเสียงให้ตัวเป็นอิสระ แต่เนื่องจากโครเอเชียมีชนกลุ่มน้อยชาวเซิร์บอยู่เป็นจํานวนมาก กองกําลังยูโกสลาเวียจึงนําทัพเขาต่อสู้กับชาวโครแอทส์ เป็นสงครามยืดเยื้อจนถึงปี 1995 เหตุผลเพียงว่าเพื่อปกป้องชาวเซิร์บ

โครเอเชียได้รับการยอมรับจากประชาคมเศรษฐกิจยุโรป (EEC) ว่าเป็นประเทศอิสระในวันที่ 15 มกราคม 1992 และเพิ่งได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปหรืออียู (EU) เมื่อปี 2013 ที่ผ่านมานี้เอง