Zagreb เมืองหลวงโครเอเชียที่ผสมผสานวัฒนธรรมเก่าใหม่ได้อย่างลงตัว ตอนที่ 1

Zagreb เมืองหลวงโครเอเชียที่ผสมผสานวัฒนธรรมเก่าใหม่ได้อย่างลงตัว ตอนที่ 1

Zagreb หรือ ซาเกรบ เป็นเมืองหลวงของโครเอเชีย มีประชากรอยู่เกือบ 1 ล้านคน คิดเป็น 1 ใน 4 ของประชากรทั้งประเทศเลยทีเดียว คนที่นี่แม้จะดูชิลๆแต่ก็กระฉับกระเฉงแบบไม่เร่งรีบ ในบริเวณตัวเมืองจะคลาคล่ำไปด้วยผู้คนทั้งคนพื้นเมืองและนักท่องเที่ยวปะปนกันไป คนโครแอทส์มักชอบอยู่กับเพื่อนฝูง นิยมกิจกรรมวันเสาร์-อาทิตย์ ถ้าไม่ไปเดินเล่นชมธรรมชาติก็นั่งแฮงค์เอาท์กันที่ร้านกาแฟที่มีอยู่ทั่วทุกมุมตึก อาคารบ้านเรือนภายในเมืองมีความพิเศษตรงที่ด้านหน้าอาคารมักอนุรักษ์สถาปัตยกรรมแบบโบราณเอาไว้ ในขณะที่การตกแต่งภายในดูเก๋ไก๋ทันสมัย และตัวเมืองเองก็ได้รับการปรับภูมิทัศน์พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง จึงมีทั้งกลิ่นอายความเป็นเมืองเก่าผสมกับความก้าวหน้าได้อย่างลงตัว

ตัวเมืองซาเกรบไม่กว้างใหญ่มากนัก อยู่เที่ยว 1-2 วันก็ครบแบบสบายๆ อาจแวะชมพิพิธภัณฑ์สลับกับการนั่งจิบกาแฟแบบไม่รีบ แต่ถ้าจะออกไปเที่ยวรอบนอกด้วย เช่น สวนสาธารณะ สวนสัตว์ แม่น้ำ ภูเขา ก็คงต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นไปตามกิจกรรม สําหรับตัวเมืองนั้นแบ่งเป็นด้านบน (ทิศเหนือ) กับด้านล่าง (ทิศใต้) โดยมี จัตุรัสบานเยหลักณิกซ์ หรือ ทริกบานา โยสิพา เยหลักฉิชา (Ban Jelacic Square | Trg bana Josipa JelaCica) อยู่ตรงกึ่งกลางของทั้ง 2 ฝั่ง

ด้านบนจะเรียกว่า กอร์นยี กราด (The Upper Town | Gornji Grad) เป็นย่านเก่าแก่ ทางเดินปูด้วยหินตั้งแต่ยุคกลาง แนะนําว่าควรใส่รองเท้าส้นแบน หรือจะให้ดีกว่านั้นก็ใส่รองเท้ากีฬา บางครั้งที่บริเวณนี้อาจจะได้เห็นอีก 2 ชื่อ เพราะ กอร์นยี กราด ประกอบไปด้วย 2 ส่วนหลักๆ คือ คัพทอล (Kaptol) และกราเด็กส์ (Gradec) คัพทอลจะ เป็นศูนย์รวมศาสนสถานจําพวกโบสถ์วิหาร ส่วนกราเด็กส์เป็นย่านการค้า

ด้านล่างของเมืองเรียกว่า ดงยี กราด (The Lower Town | Donji Grad) อาคารสถานที่มักสร้างด้วยสถาปัตยกรรมจากช่วงศตวรรษที่ 19-20 เป็นแหล่งรวมหอศิลป์และพิพิธภัณฑ์จํานวนมาก

การเดินทางเข้ากรุงซาเกรบ

  • จากสนามบินซาเกรบ

สนามบินซาเกรบอยู่ห่างจากตัวเมือง 17 กิโลเมตร นั่ง แท็กซี่ (www.taxicroatiatransfer.com) เข้าไปไม่เกินครึ่งชั่วโมง ราคาอยู่ที่ 24 ยูโรต่อเที่ยว (ประมาณ 1,000 บาท) ถ้าไปกัน 2-3 คนก็ถือว่าคุ้ม แต่เดินทางคนเดียวใช้ชัตเติลบัส (Shuttle Bus) จะ ประหยัดกว่าและสะดวกไม่แพ้กัน เพราะรถจะวิ่งตรงระหว่างสนาม บินกับสถานีรถบัสในเมือง ค่าโดยสาร 30 คูนา (ประมาณ 150 บาท) ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.plesoprijevoz.hr

 

  • จากสถานีรถไฟ

ออกจากสถานีเพียงข้ามถนนมาก็มีป้ายรถรางสารพัดสายให้เลือกขึ้นได้ตามใจชอบเลย มาถี่ ไม่แน่น สะดวกและสบายมาก หรือถ้าโรงแรมอยู่ไม่ไกลมากนักก็สามารถเดินได้ ส่วนใครจะกลับไปสนามบินก็ให้ขึ้นรถรางสาย 2 (มุ่งหน้าสู่ Savisce) หรือสาย 6 (มุ่งหน้าสู่ Sopot) ไปลงสถานีรถบัส เพื่อต่อชัตเติลบัสไปสนามบินต่อไป

 

การเดินทางภายในกรุงซาเกรบ

ที่นี่ไม่มีรถไฟใต้ดิน รถเมล์มี 117 สาย ส่วนใหญ่ใช้เดินทางออกไปชานเมืองหรือเมืองอื่นๆ มีน้อยสายที่วิ่งในตัวเมือง และเนื่องจากรัฐบาลเอาใจใส่ดูแลถนนหนทางเป็นอย่างดี คนที่นี่จึงนิยมขับรถมาก ส่วนนักท่องเที่ยวนั้นนิยมใช้รถรางซึ่งสะดวกสบายมาก หรือจะลองใช้จักรยานก็สะดวกและได้ออกกําลังกายไปในตัว หรือจะใช้วิธีการเดินก็เป็นสิ่งที่สามารถทําได้ สถานที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่งอยู่ไม่ไกลกันมากนัก

 

รถราง

  • รถรางในซาเกรบมีอยู่ถึง 15 สาย วิ่งตลอด 24 ชั่วโมง แต่หลังจากเที่ยงคืน เป็นต้นไปอาจมีน้อยหน่อย สําหรับตารางเดินรถเข้าไปดูได้ที่ www.zet.hr/tramvaj/.aspx
  • ตั๋วเที่ยวเดียวสําหรับรถรางกลางวันราคา 10 คูนา กลางคืนราคา 15 คูนา ใช้ได้ 90 นาที ตั๋ววันราคา 30 คูนา ใช้บริการ 3 ครั้งก็คุ้มค่าแล้ว

 

จักรยาน

คนที่นี่เริ่มหันมาใช้จักรยานกันมากขึ้นและบนถนนยังมีการแบ่งช่องทางให้เห็นชัดเจน บางครั้งเป็นสีแดง บางครั้งก็เห็นเป็นสีเหลืองสลับขาว มีหลายบริษัทที่ให้เช่าจักรยาน ลองเข้าไปดูเว็บไซต์เหล่านี้ดูสําหรับรายละเอียดต่างๆ

 

เที่ยวซาเกรบ

จัตุรัสบานเยหลักฉีกช์ (Ban Jelacic Square | Trg bana Josipa Jelacic)

จัตุรัสบานเยหลักฉีกช์ (Ban Jelacic Square | Trg bana Josipa Jelacic)

ไปถึงซาเกรบแล้วไม่ไปที่นี่ไม่ได้เลยล่ะ เพราะนอกจากจะเป็นจุดแบ่ง (อย่างไม่เป็นทางการ) ระหว่างเมืองบนกับเมืองล่างแล้ว จัตุรัสบานเยหลักณิกซ์ยังเป็นจุดศูนย์กลางการค้ามาตั้งแต่ ปี 1641 ได้รับการออกแบบพื้นที่ให้เหมาะกับการออกร้านและจัดแสดงสินค้า อาคารรอบๆจัตุรัสมีหลากหลายยุคสมัยตั้งแต่ ศตวรรษที่ 19 เรื่อยมา สถาปัตยกรรมที่เห็นมีทั้งแบบปีเดอร์มายย์ (Biedermeier คือศิลปะช่วงรอยต่อระหว่างนีโอ-คลาสสิกกับโรแมนติก) ไปจนถึงอาร์ตนูโวและโพสต์โมเดิร์น

ในปี 1848 ชื่อจัตุรัสได้ถูกเปลี่ยนให้เป็นชื่อนี้เพื่อเป็นเกียรติให้กับท่านอุปราชเยหลักกซ์ ปัจจุบันที่นี่เป็นแหล่งแฮงค์เอาท์ของทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะตรงบริเวณใต้นาฬิกาและใต้หางม้า มักใช้เป็นจุดนัดพบสุดฮิตของชาวเมือง และบาง ครั้งเรียกที่นี่ว่า “เมนสแควร์” หรือ จัตุรัสหลัก

 

รูปปั้นท่านอุปราชายหลักฉีกข์ | (Ban Josip Jelacic Statue | Kip Bana Josipa Jelacic)

รูปปั้นท่านอุปราชายหลักฉีกข์ | (Ban Josip Jelacic Statue | Kip Bana Josipa Jelacic)

รูปปั้นนี้ปั้นโดย Anton Fernkorn ประติมากรชาวออสเตรีย และนํามาตั้งที่จัตุรัสแห่งนี้ในปี 1866 ก่อนถูกรื้อออกไปโดยพรรคคอมมิวนิสต์ในปี 1947 อย่างไรก็ตามประชาชนได้เรียกร้องขอรูปปั้นกลับคืนมาได้สําเร็จ และได้ร่วมกันเปิดผ้าคลุมรูปปั้นอีกครั้งเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 1990 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของท่านเยหลักฉุกข์นั่นเอง

นี้ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งการนําทัพโครเอเชียต่อสู้แยกตัวออกมาจากฮังการีและออสเตรีย เป็นวีรบุรุษที่ชาวโครแอทส์ให้ความเคารพนับถือมาก

 

ตลาดสดโดหลักส์ (Dolac Market | Tržište Dolac)

 ตลาดสดโดหลักส์ (Dolac Market | Tržište Dolac)

ถ้าเดินจากด้านหลังรูปปั้นไปจะเป็นตลาดสดที่ลือชื่อและใหญ่ที่สุดในซาเกรบ เปิดมาตั้งแต่ปี 1926 เปรียบเป็นครัวหลักของชาวเมืองซาเกรบเลยก็ว่าได้ เพราะจะมีชาวไร่ชาวสวนพ่อค้าแม่ขายจากในซาเกรบและเมืองข้างเคียงนําผลผลิตทางการเกษตรและสินค้าของตนเข้ามาขายที่นี่ทุก วันทั้งผักสด ผลไม้ เนื้อสัตว์ และอาหารประเภทโฮมเมด รวมถึงเครื่องจักสานและงานฝีมือต่างๆ นับว่าช่วยสร้างสีสันได้บรรยากาศการเดินตลาดเป็นอย่างดี ตลาดเปิดขายทุกวันตั้งแต่ 7 โมงเช้า จนถึงประมาณบ่าย 3 โมง แต่วันเสาร์จะเปิดถึงบ่าย 2 วันอาทิตย์เปิดถึงบ่ายโมง

เวลาเปิด-ปิด : จ-ศ 07.00-15.00 น., ส 07.00-14.00 น., อา 07.00-13.00 น.

ที่อยู่ : Dolac, 10000

พิกัด : 45.814309, 15.977204

www.facebook.com/pages/Dolac-Market

 

มหาวิหารซาเกรบ (Zagreb Cathedral | Zagrebačka Katedrala)

มหาวิหารซาเกรบ (Zagreb Cathedral | Zagrebačka Katedrala)

มหาวิหารซาเกรบ อยู่ห่างไปไม่กี่ร้อยเมตรทางตะวันออก ถือเป็นสัญลักษณ์สําคัญของเมืองนี้ ชื่ออย่างเป็นทางการคือ Cathedral of the Assumption of the Blessed Virgin Mary

ตัวมหาวิหารในปัจจุบันเป็นสถาปัตยกรรมสไตล์นีโอ-โกธิกจากสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 19 แต่อันที่จริงมหาวิหารแห่งนี้สร้างขึ้นหลายร้อยปีก่อนหน้านั้น และมีการต่อเติมเรื่อยมาด้วยสถาปัตยกรรมต่างยุคต่างสมัย จนกระทั่งเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อปี 1880 จึงต้องบูรณะครั้งใหญ่โดยสถาปนิกท้องถิ่น แฮร์มัน โบเล (Hermann Bole) เป็นผู้ควบคุมการก่อสร้าง โดยพิมพ์เขียวนั้นส่งตรงมาจาก สถาปนิกชาวออสเตรียชื่อ Friedrich Von Schmidt ตามสไตล์นีโอ-โกธิก ที่กําลัง เป็นที่นิยมในทวีปยุโรปขณะนั้นจึงทําให้ได้หอคอยคู่ที่ผอมเพรียวสูงราว 105 เมตร

 

เวลาเปิด-ปิด : จ-ส 10.00-17.00, อา 13.00-17.00

ค่าเข้าชม (HRK) : ฟรี

ที่อยู่ : Kaptol 31

เบอร์โทร : +385 91 548 3526

พิกัด : 45.814527, 15.979777