อุทยานแห่งชาติทะเลสาบพลิทวิเซ (Plitvice Lakes National Park | Nacionalnoga parka Plitvička jezera)

Zagreb เมืองหลวงโครเอเชียที่ผสมผสานวัฒนธรรมเก่าใหม่ได้อย่างลงตัว ตอนที่ 2

Zagreb เมืองหลวงโครเอเชียที่ผสมผสานวัฒนธรรมเก่าใหม่ได้อย่างลงตัว ตอนที่ 2 พาร์ทนี้เราจะพาคุณไปชม, น้ำพุพระแม่มารีกับเหล่าเทวดา (Virgin Mary with Angels | Djevica Marija s Anđelima), ประตูหิน (The Stone Gate | Kamenita Vrata), โบสถ์เซนต์มาร์ค (St.Mark’s Church | Crkva Sv. Marka), รัฐสภา (Parliament | Sabor), พิพิธภัณฑ์แห่งความสัมพันธ์ร้าววาน (Museum of Broken Relationships), โบสถ์นักบุญซีริลและเมธโรเดียส (St. Cyril and Methodius Cathedral | Katedrala Sv. Cirila i Metoda), หอคอยปืนใหญ่ (Lotršcak Tower | Kula Lotršcak) และอุทยานแห่งชาติทะเลสาบพลิทวิเซ (Plitvice Lakes National Park | Nacionalnoga parka Plitvička jezera)

น้ำพุพระแม่มารีกับเหล่าเทวดา (Virgin Mary with Angels | Djevica Marija s Anđelima)

น้ำพุพระแม่มารีกับเหล่าเทวดา (Virgin Mary with Angels | Djevica Marija s Anđelima)

หลังจากที่สร้างมหาวิหารซาเกรบเสร็จเรียบร้อย แฮร์มัน โบเล ก็มาออกแบบสร้างน้ำพุต่อ เพื่อตั้งไว้ตรงบริเวณด้านหน้ามหาวิหารแห่งนี้ โดยได้ประสานงานกับ Anton Fernkorn ประติมากรชาวออสเตรีย ผู้ออกแบบรูปปั้นท่านอุปราชเยหลักณิกซ์ ให้ช่วยออกแบบรูปปั้นของพระแม่มารีเคลือบทองและเทวดาทั้ง 4 องค์อันเป็นตัวแทนของความศรัทธา (Faith) ความหวัง (Hope) ความบริสุทธิ์ (Innocence) และมนุษยธรรม (Humanity)

 

ประตูหิน (The Stone Gate | Kamenita Vrata)

 ประตูหิน (The Stone Gate | Kamenita Vrata)

เดินย้อนกลับไปทางตะวันตก ก่อนถึงโบสถ์เซนต์มาร์คจะเห็นประตูหินเก่าแก่ซึ่งเคยเป็นประตูเมืองเก่าเพียงแห่งเดียวที่หลงเหลืออยู่ค่อนข้างสมบูรณ์สร้างขึ้นตั้งแต่ยุคกลาง ส่วนประตูที่เห็นในปัจจุบันได้รับการบูรณะเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 18 นอกจากรูปปั้นพระแม่มารีที่รอดพ้นจากเหตุการณ์ไฟไหม้เมื่อปี 1731 มาได้อย่างน่าอัศจรรย์ประดิษฐานอยู่บนประตูเมืองด้วย

 

โบสถ์เซนต์มาร์ค (St.Mark’s Church | Crkva Sv. Marka)

โบสถ์เซนต์มาร์ค (St.Mark's Church | Crkva Sv. Marka)

เดินตามถนน Keminitaไปอีกไม่กี่ก้าวก็ถึงโบสถ์เซนต์มาร์ค แม้ภายในจะสวยงามตระการตาด้วยงานของประติมากรชื่อดัง Ivan Mestrovic และมีหลายจุดที่น่าสนใจ เช่น พระแม่มารีในชุดสาวชาวบ้าน แต่ผู้คนมักจะหยุดมองและถ่ายรูปกันด้านนอกกับอาคารสไตล์นีโอ-โกธิก ที่บนหลังคาปูกระเบื้องสีเป็นลวดลายตราสัญลักษณ์เมือง ถือเป็นเอกลักษณ์ของโบสถ์แห่งนี้

โบสถ์เซนต์มาร์คสร้างมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 13 มีการต่อเติมในสไตล์โกธิกช่วงศตวรรษที่ 14 การบูรณะครั้งใหญ่รวมถึงการทําหลังคาที่ประดับด้วยกระเบื้องสีสวยงามเป็นตราสัญลักษณ์ของประเทศโครเอเชีย ดัลเมเชีย สลาโวเนีย และเมืองซาเกรบ เกิดขึ้นในปีคริสต์ศตวรรษที่ 19 โดย แฮร์มัน โบเล เจ้าเก่า ซึ่งลวดลายนี้มักปรากฏอยู่บนโปสการ์ด

 

เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน 07.30-18.30

ที่อยู่ : Trg Sy. Marka 5

ค่าเข้าชม (HRK) : ฟรี

พิกัด : 45.816417, 15.973624

รัฐสภา (Parliament | Sabor)

รัฐสภา (Parliament | Sabor)

ยืนอยู่หน้าโบสถ์แล้วมองไปทางขวาจะเห็นอาคารรัฐสภา สร้างขึ้น ตั้งแต่ปี 1910 และที่หน้าต่างตรงกลางตึกนี้เองที่ใช้ประกาศอิสรภาพของประเทศโครเอเชีย

 

พิพิธภัณฑ์แห่งความสัมพันธ์ร้าววาน (Museum of Broken Relationships)

พิพิธภัณฑ์แห่งความสัมพันธ์ร้าววาน (Museum of Broken Relationships)

เดินต่อลงมาทางทิศใต้ตามถนน Cirilometodska ก่อนถึงสามแยกจะมีพิพิธภัณฑ์ที่ได้ชื่อว่ามีความสร้างสรรค์ ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ได้รับรางวัลมากมายจากภาคพื้นยุโรป เดินสายไปจัดแสดงมาแล้วในกว่า 25 เมือง ตอนนี้ตั้งแสดง อย่างถาวรอยู่ในอาคารสไตล์บารอก ชื่อ Kulmer Palace เชื่อกันว่า เมื่อได้ชมงานแสดงของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ (เช่น ซากที่หลงเหลือมาจากความสัมพันธ์อันชอกช้ำ) จะทําให้คุณฟื้นตัวจากอาการอกหักรักร้าวได้เร็วขึ้นจริงหรือไม่คงต้องพิสูจน์

 

โบสถ์นักบุญซีริลและเมธโรเดียส (St. Cyril and Methodius Cathedral | Katedrala Sv. Cirila i Metoda)

   โบสถ์นักบุญซีริลและเมธโรเดียส (St. Cyril and Methodius Cathedral | Katedrala Sv. Cirila i Metoda)

ตรงข้ามกับพิพิธภัณฑ์แห่งความสัมพันธ์ร้าวฉาน คือโบสถ์กรีกออโธด็อกซ์ สร้างขึ้นในปี 1886 อุทิศให้กับสองนักบุญซีริลและเมธ โธเดียส ออกแบบโดย แฮร์มัน โบเล ตามสถาปัตยกรรมแบบไบแซนไทน์ (Byzantine)

 

หอคอยปืนใหญ่ (Lotršcak Tower | Kula Lotršcak)

หอคอยปืนใหญ่ (Lotršcak Tower | Kula Lotršcak)

เดินเข้าสู่ถนนเส้นเล็กๆ (เหมือนเป็นตรอก) ชื่อว่า Dverce จะเจอหอคอยปืนใหญ่ที่เขาเรียกกันว่า ล็อตเถรอะฉัค ทาวเวอร์ เป็นอาคารสีครีมเก่าๆ มีลวดเหล็กดัดยึดตึกเอาไว้ เป็นรูปกากบาทเห็นได้ชัดจากระยะไกลหอคอยนี้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 13 และยังคงรูปแบบเดิมไว้ได้เกือบทั้งหมด ระฆังบนหอคอย เคยใช้ที่เป็นสัญญาณเตือนให้คนกลับเข้าเมืองก่อนที่ประตูเมืองจะปิดในตอนเย็น ปัจจุบันไม่มีแล้ว แต่มีการยิงปืนใหญ่ตอนเที่ยงวันแทน ที่มาของพิธีการนี้ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ แต่ที่แน่ๆคือทุกวันนี้ตอนเที่ยงตรงเมื่อได้ยินเสียงปืนใหญ่ พวกเขาจะหน้าก้มลงเช็คนาฬิกาตัวเองว่าตรงหรือไม่

 

รถรางขึ้นลงเบาที่สั้นที่สุดในโลก (Funicular | Uspinjaca)

รถรางขึ้นลงเบาที่สั้นที่สุดในโลก (Funicular | Uspinjaca)

ถัดจากหอคอยปืนใหญ่จะถึงอีกหนึ่งไฮไลท์ของ เมืองนี้ คือ Funicular หรือรถรางขึ้นเขาสีฟ้าๆนี่เอง เส้นทางขึ้นลงนี้มีความยาวเพียง 66 เมตร ซึ่งถือว่าสั้นที่สุดในโลก ใช้เวลาแค่ 55 วินาทีในการขึ้นลงเขาที่มีความสูง 305 เมตร รถรางนี้เป็นพาหนะสาธารณะชนิดแรกของเมืองซาเกรบ เริ่มให้บริการตั้งแต่ปี 1890 เก่าแก่กว่าระบบรถรางที่ใช้ม้าลากจูงในตัวเมืองถึง 1 ปีเลยล่ะ

 

ห้องน้ำ

ห้องน้ำในโครเอเชียมักจะติดป้ายว่า WC ห้องน้ำผู้หญิง Zenski (เชนสกี) ห้องน้ำผู้ชาย Muski (มูซกี) แต่ถ้าเป็น TOI TOI ตู้สีฟ้า เห็นตู้ไหนว่างเข้าได้ตามสบายเลย

 

ร้านขายยา หรือ PHARMACIES ที่เปิดตลอด 24 ชั่งโมง

  • Trg bana J. Jeladica 3, Tel. +385 148 16 198
  • Ilica 301, Tel. +385 137 50 321
  • Grizanska 4 (Dubrava), Tel. +385 12992 350
  • V. Holievca 22 (Siget), Tel. +385 1 65 25 425
  • Ozaliska 1, Tel.+385 130 97586

 

ข้อสังเกต

ในยามคับขัน ถ้าต้องรีบหาร้านขายยาให้มองหาสัญลักษณ์กากบาทสีเขียว ซึ่งบางแห่งก็จะมีรูปถ้วยยาไฮเจีย (Bowl of Hygeia) หรือถ้วยยาของเทพแห่งเภสัชกรรมอยู่ตรงกลางกากบาท ส่วนคําว่าร้านขายยาในภาษาโครเอเชียน คือ Liekarna บางร้านเขียนคํานี้ไว้ที่ป้ายหน้าร้านอย่างชัดเจน

 

ตะเกียงน้ำมัน

ทุกวันหลังพระอาทิตย์ตก ในบริเวณเขตเมืองบนหรือ กอร์นยี กราด จะมีชาย 2 คนเดินจุดตะเกียงน้ำมันเก่าแก่ กว่า 200 ดวง ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติกันมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 19 และจะเป็นเช่นนี้เรื่อยไป คนจุดตะเกียงนี้เรียก ว่า Naigai

 

อุทยานแห่งชาติทะเลสาบพลิทวิเซ (Plitvice Lakes National Park | Nacionalnoga parka Plitvička jezera)

อุทยานแห่งชาติทะเลสาบพลิทวิเซ (Plitvice Lakes National Park | Nacionalnoga parka Plitvička jezera)

อุทยานแห่งชาติทะเลสาบพลิทวิเซ เป็นที่ตั้งของน้ำตกที่สวยที่สุด ในโลกอีกแห่งหนึ่ง ที่นี่มีกิจกรรมหลากหลายให้ทําตามความสนใจ ไม่ว่าจะเป็นเดินตามเส้นทางชมธรรมชาติ ดูน้ำตกสัก 3-4 ชั่วโมงพร้อมพักทานข้าว พายเรือเล่นในทะเลสาบ หรือจะเดินให้ครบรอบทะเลสาบทั้ง 16 แห่งในเวลา 8 ชั่วโมงก็ได้ และการเดินทางท้ากล้ามเนื้อขาระยะทาง 21 กิโลเมตร ทั้งหมดนี้ (เลือก 1 อย่าง) ทําได้และจําเป็นต้องทําให้เสร็จภายใน 1 วันก่อนพระอาทิตย์ตกดินค่ะ โดยเฉพาะการเดินป่าต้องมีคนนําทางและไม่อนุญาตให้ค้างคืนเป็นอันขาด เพราะในป่ามีหมีสีน้ำตาลอาศัยอยู่ด้วยจ้า

อุทยานแห่งชาติแห่งนมีเนื้อที่ 300 ตารางกิโลเมตร เป็นทะเลสาบและน้ำตก 10% และป่าอีก 90% ในป่านอกจากจะมีหมีสีน้ำตาลอันลือชื่อแล้ว ยังมีผีเสื้ออยู่ถึง 321 ชนิด นก 157 ชนิด สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอีก 50 สายพันธุ์ และกล้วยไม้ป่าอีกกว่า 50 ชนิด ส่วนสันหินทางเดินรอบทะเลสาบมีลักษณะคล้ายๆหินปูน บางแห่งมีอายุมากถึง 6 – 7 พันปีหรือตั้งแต่ช่วงสุดท้ายของยุคน้ำแข็งโน่นเลย

สะพานไม้ทําเป็นทางเดินรอบๆทะเลสาบสร้างจากต้นเชสนัท (Chestnut) เพราะแข็งแรงและทนกับทุกสภาพอากาศ

ปลาที่แหวกว่ายอยู่ในทะเลสาบสีเขียวสดใสนี้มีชื่อว่า ปลาชับ (Chub) เป็นปลาในตระกูลเดียวกับปลาคาร์พ (Carp) มีหลากหลายขนาดมากตั้งแต่ตัวเท่าฝ่ามือไปจนถึง ใหญ่เท่าตัวคนเลยทีเดียว!

 

เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน 07.00-18.00 น.

ค่าเข้าอุทยานฯ (HRK) : ม.ค.-มี.ค. ผู้ใหญ่ 90 นักเรียน 70 เด็ก 55 เม.ย.-มิ.ย. ผู้ใหญ่ 180 นักเรียน 130 เด็ก 90 ก.ค.-ส.ค. ผู้ใหญ่ 280 นักเรียน 210 เด็ก 140 ก.ย.-ต.ค. ผู้ใหญ่ 180 นักเรียน 130 เด็ก 90

พ.ย.-ธ.ค. ผู้ใหญ่ 90 นักเรียน 70 เด็ก 55

ที่อยู่ : HR 53231 PlitviCka jezera

เบอร์โทร : +385 53 751 015

พิกัด : 44.904929, 15.611780

www.np-plitvicka-jezera.hr