น้ำพุร็อบบา (Robba Fountain | Robbov Vodnjak)

ตะลอนชมสถานที่ท่องเที่ยวประจำเขตเมืองใหม่ใน Ljubljana ตอนที่ 1

ตะลอนชมสถานที่ท่องเที่ยวประจำเขตเมืองใหม่ใน Ljubljana ตอนที่ 1 | โรงพิมพ์บามแบร์ก (Bamberg House | Bambergova hiša), ธนาคารสหกรณ์ (Cooperative Bank | Zadružna gospodarska banka), จัตุรัสเปละชีรัน (Prešeren square | Prešernov trg), โบสถ์ฟรานซิสกัน (Franciscan Church of the Annunciation | Frančiškanska cerkev Marijinega oznanjenja), ตึกฮอปท์มัน (Hauptmann House | Hauptmannova hiša), สะพานสามสายหรือทริปเปิ้ลบริดจ์ (Triple Bridge | Tromostovje), โบสถ์นักบุญนิโคลัส (St. Nicholas’ Cathedral | Stolnica Sv. Nikolaja), ปราสาทลุบลิยานา (Ljubljana Castle Ljubljanski grad), สะพานมังกร (Dragon Bridge | Zmajski most), สะพานคนขายเนื้อ (Butchers’ Bridge | Mesarski most), ตลาดกลาง (Central Market), น้ำพุร็อบบา (Robba Fountain | Robbov Vodnjak)

เที่ยวเขตเมืองใหม่

โรงพิมพ์บามแบร์ก (Bamberg House | Bambergova hiša)

โรงพิมพ์บามแบร์ก (Bamberg House | Bambergova hiša)

ตึกนี้ตั้งชื่อตามเจ้าของโรงพิมพ์และร้านหนังสือที่สั่งให้สร้างขึ้นในปี 1906-1907 แต่แทนที่จะสร้างเป็นแบบอาร์ตนูโว ด้านหน้าของตึกออกแบบในสไตล์บารอกตอนปลายผสมกลิ่นอายแบบโมเดิร์น หาก หากแหงนหน้าขึ้นไปจะเห็นรูปปั้นเซรามิกชายไว้เคราบนพื้นสีฟ้าประดับอยู่ใต้เพดาน เป็นผลงานของประติมากรชาวออสเตรียนนามว่า Hugo Franc Kirsch ผู้มีชื่อเสียงในสมัยนั้น

 

ธนาคารสหกรณ์ (Cooperative Bank | Zadružna gospodarska banka)

ธนาคารสหกรณ์ (Cooperative Bank | Zadružna gospodarska banka)

ตึกนี้เป็นผลงานความร่วมมือกันของสองสามีภรรยา โดย อีวาน วร์นิค (Ivan Vurnik) ผู้ก่อตั้งโรงเรียนสถาปนิกแห่งแรกในสโลวีเนีย ได้ออกแบบตึกเป็นสถาปัตยกรรมแบบแนชชันนัลสไตล์ โดยมีภรรยาจิตรกรฝีมือดีชื่อ เฮเลนา วร์นิค (Helena Vurnik) เป็น คนละเลงสีบนผนังด้านหน้าโดยใช้สีแดง ฟ้า ขาว แบบสีธงชาติสโลวีเนีย วาดเป็นลวดลายรูปทรงเรขาคณิตบนกรอบหน้าต่างและใต้เพดาน ทําให้ตึกนี้ดูโดดเด่นมาก ปัจจุบันเป็นที่ทําการธนาคารสหกรณ์

 

จัตุรัสเปละชีรัน (Prešeren square | Prešernov trg)

 จัตุรัสเปละชีรัน (Prešeren square Prešernov trg)

จากนั้นเราก็เดินไปถึงบริเวณใจกลางเมือง ซึ่งก็คือ จัตุรัสเประชีรัน กลางจัตุรัสมีฝนเทียมโปรยปรายยามหน้าร้อน ตอนอยู่ที่บูดาเปสต์ก็รู้สึกตื่นเต้นไปแล้วครั้งหนึ่ง ที่เขาสร้างซุ้มประตูละอองน้ำให้คนเดินลอดไปมา บางคนถึงกับยืนตากละอองน้ำจนตัวเปียกเพราะหน้าร้อนบ้านเขาร้อนกว่าที่เมือง ไทยเสียอีก พอมาถึงที่นี่ เขาไม่ได้มีแค่ซุ้มประตูเท่านั้น แต่มีเป็นบริเวณกว้างเลย แล้วมีเครื่องทําละอองน้ำติดอยู่รอบๆโปรยลงมาจากด้านบนเป็นฝนเทียมดูสร้างสรรค์

ชื่อจัตุรัสตั้งเป็นเกียรติแก่ France Preferen กวีผู้ได้รับการยกย่องให้เป็นเชคสเปียร์แห่งสโลวีเนีย อนุสาวรีย์ของเขาตั้งอยู่กลางจัตุรัส เหนือขึ้นไปมีประติมากรรมนูนเป็นรูปเทพธิดา สัญลักษณ์แห่งแรงบันดาลใจที่กวีมีต่อ “จูเลีย” หญิงจากสังคมชั้นสูงที่เขาหลงรักแต่ถูกกีดกันจากความแตกต่างของชนชั้นวรรณะที่มีอยู่ในสังคมสมัยนั้น แต่รักก็เป็นสิ่งผลักดันงานกวีของเประชีรัน เชื่อกันว่าประมาณ 80% ของบทกวีที่เขาเขียนขึ้นนั้นได้รับแรงบันดาลใจจากจูเลียที่ไม่เคยแม้แต่จะได้พูดคุยกันเลย

 

โบสถ์ฟรานซิสกัน (Franciscan Church of the Annunciation | Frančiškanska cerkev Marijinega oznanjenja)

ตัวอย่างสถาปัตยกรรมแบบบารอกช่วงต้น สร้างขึ้นระหว่างปี 1646 – 1660 ภาพวาดผนังปูนเปียก (FresCoes) จํานวนมากได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในเมืองลุบลิยานาเมื่อปี 1895 ภาพที่เห็นอยู่บนผนังโบสถ์ ในปัจจุบันเป็นผลงานของ Matej Sternen ศิลปินอิมเพรสชันนิสม์ชาวสโลวีนส์ ที่เขียนขึ้นใหม่ในปี 1936

 

ตึกฮอปท์มัน (Hauptmann House | Hauptmannova hiša)

ตึกฮอปท์มัน (Hauptmann House | Hauptmannova hiša)

อีกฝั่งหนึ่งของจัตุรัสเประชีรัน คือตึกฮอปท์มัน สร้างขึ้นในปี 1873 เป็นตัวอย่างสถาปัตยกรรมแบบเซซเซซัน (Secession) ซึ่งเป็นแนวศิลปะจากออสเตรียที่รับการพัฒนามาในเวลาเดียวกับอาร์ตนูโวจากฝรั่งเศส ตึกนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่ตึกที่รอดพ้นจากแผ่นดินไหวปี 1895 มาได้โดยได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

 

สะพานสามสายหรือทริปเปิ้ลบริดจ์ (Triple Bridge | Tromostovje)

สะพานสามสายหรือทริปเปิ้ลบริดจ์ (Triple Bridge | Tromostovje)

ข้ามสะพานสามสายไปก็จะถึงเขตเมืองเก่าทางฝั่งขวาของแม่น้ำลุบลิยานิกะ สะพานสามสายนี้แต่ก่อนมีเพียงสายเดียวและเคยคิดจะทุบทิ้งเพื่อสร้างให้ใหญ่กว้างเพื่อใช้เป็นทางรถราง โชคดีที่ลุบลิยานามีเปลชนิคเห็นว่าสะพานยังดีอยู่จะทุบทิ้งทําไม จึงออกแบบให้มีสะพานขนาบอีกข้างละสาย รวมเป็นสะพานสามสายอย่างในปัจจุบัน บนราวสะพานมีคอนกรีตลูกกลมๆตัวแทนศีรษะคน ให้ความหมายจากศิลปินว่า “ที่สะพานแห่งนี้มีเพื่อนเสมอ”

 

โบสถ์นักบุญนิโคลัส (St. Nicholas’ Cathedral | Stolnica sv. Nikolaja)

โบสถ์นักบุญนิโคลัส (St. Nicholas' Cathedral | Stolnica sv. Nikolaja)

โบสถ์เซนต์นิโคลัส บางครั้งเรียก โบสถ์ลุบลิยานา (Ljubljana Cathedral | Ljubljanski Stolnica) เดิมสร้างขึ้นในสไตล์โกธิกและถูกแทนที่ด้วยสถาปัตยกรรมแบบบารอกในศตวรรษที่ 18 ต่อมาในปี 1996 ประตูทั้งด้านหน้าและด้านข้างได้ถูกแทนที่ด้วยทองสําริดบอกเล่าเรื่องราวต่างๆเอาไว้ เช่น พระสันตะปาปาจอห์นปอลที่ 2 ที่เสด็จมาเปิดและเดินผ่านประตูเป็นคนแรก และภาพสองพี่น้องชาวกรีกที่เป็นคนคิดตัวอักษรซีริลลิก (Cyrilic) ขึ้นในปี ค.ศ. 885

 

ปราสาทลุบลิยานา (Ljubljana Castle | Ljubljanski grad)

ปราสาทลุบลิยานา (Ljubljana Castle | Ljubljanski grad)

ปราสาทลุบลิยานา ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง 376 เมตร บนพื้นที่เดิมของป้อมปราการ ผ่านร้อนหนาวมา หลายร้อยปี ปัจจุบันทั้งชาวเมืองและนักท่องเที่ยวขึ้นไปเยี่ยมชมปีละประมาณ 1 ล้านคน เหมาะเป็นจุดยุทธศาสตร์เพราะมองเห็นได้ทั้งเมือง ถ้าคิดจะเดินขึ้นไปก็ต้องฟิตพอดู อาจจะเหนื่อยเพื่อแลกกับความเพลิดเพลินของดอกไม้นานาพันธุ์ริมทางเดิน แต่อาจจะเดินยากสักหน่อยในฤดูหนาวที่มีหิมะปกคลุม

วิธีที่สะดวกรวดเร็วและสนุกในการขึ้นสู่ปราสาทก็คือการนั่งรถรางขึ้นเขา (Funicular) ค่าโดยสารเที่ยว ละ 2.2 ยูโร แต่ถ้าซื้อตั๋วแบบรวมเข้าปราสาทด้วยจะคุ้มกว่า สถานีรถรางอยู่ในตรอกข้างโรงละครหุ่นกระบอก (Puppet Theatre) แนะนําว่าไปเที่ยวทั้งที่จัดให้ครบไปเลยทีเดียวทั้งรถราง ปราสาท และไทม์แมชชีน (Time Machine) ตั๋วรวม 12 ยูโรเท่านั้น

 

เวลาเปิด-ปิด

ม.ค./ก.พ./มี.ค./พ.ย. 10.00-20.00

เม.ย./พ.ค./ต.ค. 09.00-21.00

มิ.ย./ก.ค./ส.ค./ก.ย. 09.00-23.00

ธ.ค. 10.00-22.00

 

ที่อยู่ : Graiska planota 1, 1000

ค่าเข้าชม : รถราง+ปราสาท+ไทม์แมชชีน (EUR) : ผู้ใหญ่ 12 นักเรียน 8.40 / รถราง+ปราสาท (EUR) : ผู้ใหญ่ 10 นักเรียน 7

การเดินทาง : รถเมล์ 2, 13, 20 ลง Krekov trg แล้วต่อรถรางจาก Krekov trg หรือเดินขึ้น Studentovska pot จาก Vodnikov trg

เบอร์โทร : +386 1 306 4293

พิกัด : 46.048908, 14.508363

 เว็บไซต์ : www.ljubljanskigrad.si

อีเมล : Info-center@ljubljanskigrad.si

 

สะพานมังกร (Dragon Bridge | Zmajski most)

สะพานมังกร (Dragon Bridge | Zmajski most)

สะพานนี้ตอนแรกตั้งใจจะสร้างให้เทิดพระ เกียรติ จักรพรรดิ ฟรานซ์ โยเซฟที่ 1 (Franz Joseph 1) แห่งราชวงศ์ฮับสบวร์กที่เข้ามาปกครองประเทศอยู่ 40 ปี (ค.ศ. 1848-1888) โดยใช้ชื่อว่า The Jubilee Bridge of the Emperor Franz Josef Ibbo สร้างเสร็จไม่ทันกําหนด จึงเปลี่ยนชื่อเป็น Dragon Bridge กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่สําคัญของเมือง

มีตํานานกล่าวไว้ว่า 1 ในมังกร 4 ตัวที่อยู่บนสะพานนี้คือตัวที่เจสันกับลูกเรือได้ฆ่าตายลงขณะเดิน ทางตามล่าขนแกะทองคํา ใครสนใจเรื่องราวแบบเต็มๆแนะนําให้ไปดูหนังเรื่อง อภินิหารขนแกะทองคํา (Jason and the Argonauts, 1963)

 

สะพานคนขายเนื้อ (Butchers’ Bridge | Mesarski most)

สะพานคนขายเนื้อ (Butchers' Bridge | Mesarski most)

ถัดจากสะพานมังกรไปทางตะวันตกจะเป็นสะพานคนขายเนื้อ สร้างขึ้นเมื่อปี 2010 นี้เอง ใครนิยมตํานานกรีกหรือเทพนิยายปรัมปรา ลองไปเดินชมรูปปั้นรูปร่างหน้าตาประหลาดได้ ที่นี่มีเต็มไปหมด

 

ตลาดกลาง (Central Market)

 ตลาดกลาง (Central Market)

ตลาดกลางแห่งนี้เป็นทางยาวตั้งแต่ จัตุรัส Vodnikov trg ไปจนถึงจัตุรัส Pogacarjev trg เป็นตลาดสดกลางแจ้งที่ขายทุกสิ่ง อาหารพวกแฮมเบอร์เกอร์ ฮอตด็อกราคาเพียง 2-4 ยูโร ตลาดเปิดตลอดปี วันจันทร์-เสาร์ ตั้งแต่ 6 โมงเช้าถึง 4 โมงเย็น ถ้าเป็นช่วงฤดูร้อนวันธรรมดากว่าตลาดจะวายก็ 6 โมงเย็น (ดูเพิ่มเติมที่ www.lpt.si)

ที่ตลาดนี้ไม่สามารถเอารถเข้าไปได้นอกจากว่าเราจะมีใบอนุญาตพิเศษเอาไว้แตะที่ทางเข้า พอแตะปุ๊บ เสาที่โผล่อยู่ตามพื้นจะค่อยๆหดตัวลงพื้น พอรถแล่นผ่านไปทั้งคันเสาจะโผล่ขึ้นมาใหม่ ครั้ง หนึ่งทางการเคยคิดสร้างลานจอดรถที่บริเวณนี้ด้วย แต่ชาวเมืองลงประชามติว่าไม่เอา จึงเลิกล้มโครงการไป ชั้นล่างเป็นร้านขายปลา อาหารทะเล รวมทั้งมีร้านอาหารและร้านกาแฟอยู่ด้วย

 

น้ำพุร็อบบา (Robba Fountain | Robbov Vodnjak)

น้ำพุร็อบบา (Robba Fountain | Robbov Vodnjak)

เป็นน้ำพุที่แบ่งเขตชนชั้นสูงในสมัยโบราณ บเขตชาวบ้าน ที่เห็นอยู่กลางจัตุรัสเป็นน้ำพุจําลองจากของจริงที่เก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์ เนื่องจากเกรงว่าจะได้รับความเสียหายจากการกัดกร่อน ให้สังเกตดูมือบนรูปปั้น นิ้วกลางกับนิ้วนางติดกัน แสดงว่าเป็นผลงานของร็อบบา (Francesco Robba) ประติมากรชาวอิตาเลียนที่เอกลักษณ์งานปั้นของเขาคือ นิ้วกลางกับนิ้วนางจะอยู่ติดกันเสมอ ร็อบบาได้รับมอบหมายให้สร้างน้ำพุนี้ขึ้นในปี 1743 โดย ได้แรงบันดาลใจจากน้ำพุสี่มหานที (Fontana dei Quattro Fiumi) ซึ่งตั้งอยู่จัตุรัสนาโวนา กรุงโรม