ฮังการีในสงครามโลก

ประวัติศาสตร์ชาติฮังการี: จากการรุกรานของชาวมองโกลจนถึงบทบาทในสงครามโลก

ประวัติศาสตร์ชาติฮังการี: จากการรุกรานของชาวมองโกลจนถึงบทบาทในสงครามโลก

แม้มักจะเรียกกันติดปากว่าเป็นประเทศแห่งแม่น้ำดานูบ แต่ความจริงแล้วประเทศฮังการีมีแหล่งน้ำสำคัญถึง 3 แหล่งคือ แม่น้ำดานูบที่ไหลผ่านกลางเมืองหลวง ทําให้บูดาเปสต์มีลักษณะเป็นเมืองอกแตกคล้ายกรุงเทพฯ (แต่เขากลับมองว่าเป็นข้อดี เป็นอู่ข้าวอู่น้ำสร้างสีสันและความร่าเริงให้กับ เมือง) แม่น้ำทิสซาที่ยาวเป็นอันดับ 2 ของประเทศ มีปลาอร่อยๆให้รับประทาน โดยเฉพาะที่เมืองเซเกดทางตอนใต้ของประเทศ ทะเลสาบบาลาตอนที่สวยงามและใหญ่เป็นอับดับต้นๆของยุโรป ลูกหลานเหลนโหลนชาวฮังกาเรียนที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้เชื่อว่าสืบเชื้อสายมาจากชาวแมกยาร์ นั่นคือสาเหตุว่าทําไมบางคนจึงยังเรียกตัวเองว่าเป็นชาวแมกยาร์

กว่าหนึ่งพันปีมาแล้วที่ชนเผ่าแมกยาร์ (Magyars | Magyarok) นําโดยเจ้าชายอาร์ผาด (Arpad) ได้อพยพเข้ามา บ้างก็ว่ามาจากเอเชีย บ้างก็ว่ามาจากเทือกเขา Ural ในประเทศรัสเซีย จากตะวันออกมาตะวันตกเป็นระยะทางเกือบ 4 พันกิโลเมตร เพื่อมาตั้งหลักแหล่งอยู่ในบริเวณที่ราบลุ่มคาร์เนเธียน (Carpathian Basin หรือที่รู้จักกันอีกชื่อว่า Pannonian Basin) ในปี ค.ศ. 895

ต่อมาในปี ค.ศ. 1000 พระเจ้าสตีเฟนที่ 1 หลานเจ้าชายอาร์ผาด ได้ตั้งรัฐฮังการีขึ้น โดยรับเอาคริสต์ศาสนานิกายคาทอลิกเข้ามาเป็นศาสนาประจําชาติ และได้รับมงกุฎจากพระสันตะปาปา ซึ่งมงกุฏที่ว่านี้ปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ที่อาคารรัฐสภา ในสมัยของพระเจ้า สตีเฟนที่ 1 รัฐฮังการีได้แผ่ขยายอาณาเขตออกไปครอบคลุมทั่วที่ราบลุ่มคาร์เนเธียน และได้ผนวกดินแดนโครเอเชียเข้ามาอยู่ภายใต้การปกครองของฮังการีในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 11

 

การรุกรานของชาวมองโกล

University of Pécs

เมื่อถึงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 13 การรุกรานของชนเผ่ามองโกลได้ทําลายดินแดนของฮังการีไปมาก ประชากรประมาณ 1 ล้านคนหรือประมาณครึ่งหนึ่งของประเทศถูกฆ่าหรือส่งตัวไปเป็นทาส หลังจากเหตุการณ์ครั้งนี้ กษัตริย์เบลา (Bela) ได้สั่งให้มีการสร้างปราสาทหินที่แข็งแรงขึ้นอย่างเป็นระบบ ว่ากันว่าสร้างเป็นจํานวนมากกว่าร้อยปราสาท ส่งผลให้ชาวฮังกาเรียนสามารถยับยั้งชนเผ่ามองโกลไว้ได้ที่เปสต์ (Pest) ในที่สุด

ในปี 1367 สมัยของพระเจ้าหลุยส์มหาราช ได้ทรงผนวกดินแดนดัลมาเชีย (Dalmatia | Dalmacia) เข้าเป็นส่วนหนึ่งของฮังการี และยังจัดตั้งมหาวิทยาลัยแห่งแรกขึ้นที่เมืองเพ็คซ์ (Pecs) ชื่อว่า Pecsi Tudomanyegyetem หรือ University of Pécs อีกด้วย

 

การรุกรานของชาวเติร์ก

วันระลึกแห่งชาติ (National Memorial Day)

เมื่อจักรวรรดิคอนสแตนติโนเปิลล่มสลายในปี 1453 สุลต่านเมฆ์เมดที่ 2 แห่งจักรวรรดิออตโตมันก็ได้เคลื่อนทัพมาล้อมฮังการีที่รู้จักกันในชื่อ Siege of Belgrade (1456) ขุนนางฮุนยาดี ผู้นําทัพแห่งแคว้นทรานซิลเวเนีย ผู้ซึ่งนํากองทัพชนะเติร์กมาแล้วร่วม 2 ทศวรรษ ก็ได้นําชัยชนะมาสู่การรบในครั้งนี้อีกเช่นกัน ทําให้ชายแดนฝังใต้ของฮังการีเข้มแข็งขึ้น และยังช่วยชะลอการรุกของชาวมุสลิมสู่ทวีปยุโรป

ในระหว่างการรบครั้งนี้พระสันตะปาปา Callixtus ที่ 3 ได้สั่งให้โบสถ์คริสต์ทุกแห่งสั่นระฆังตอนเที่ยง เพื่อเป็นสัญญาณเตือนให้ชาวคริสต์ร่วมกันสวดขอพรให้แก่ผู้ร่วมต่อต้านการรุกรานของชาวเติร์กที่เบลเกรด (ปัจจุบันคือเมืองหลวงของประเทศเซอร์เบีย) แต่กว่าคําสั่งนี้จะไปถึงสเปนและอังกฤษสงครามก็ได้เสร็จสิ้นและประกาศชัยชนะไปเรียบร้อย แล้ว ทําให้ประเทศเหล่านี้สั่นระฆังเพื่อแสดงความยินดีแทนที่การเรียกคนมาอธิษฐานขอพร เนื่องจากโปปหรือพระสันตะปาปาไม่ได้ถอนคําสั่ง การสั่นระฆังตอนเที่ยงจึงถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติมาถึงทุกวันนี้ในโบสถ์นิกายคาทอลิกและโปรเตสแตนต์เก่า และเมื่อปี 2011 รัฐบาลฮังการียังได้ประกาศให้วันที่ได้รับชัยชนะนี้เป็นวันระลึกแห่งชาติ (National Memorial Day) อีกด้วย

แม้พ่อจะไม่เคยได้ขึ้นเป็นกษัตริย์ แต่มาธยาช (Matthias Corvinus) ลูกชายของขุนนางฮุนยาดีก็ได้ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์พระองค์แรกในประวัติศาสตร์ฮังการียุคกลางที่ไม่ได้มาจากเชื้อเจ้า สมัยของมาธยาชถือเป็นยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ (Renaissance) ที่แท้จริงของฮังการี ห้องสมุดคอร์วีเนียนา (Bibliotheca Corviniana) ของมาธยาชใหญ่เป็นอับดับสองในยุโรปช่วงคริสต์ศตวรรษ ที่ 15 รองจากห้องสมุดวาติกัน หากแต่มีการเก็บเอกสารที่สําคัญและนอกเหนือจากเรื่องศาสนาไว้ มากมาย ตอนนี้ถูกประกาศให้เป็น UNESCO World Heritage Site

อย่างไรก็ตามในปี 1526 กองกําลังชาวเติร์กก็กลับมาอีกครั้ง พร้อมกับชัยชนะใน Battle of Mohacs และได้เข้าปกครองดินแดนฮังการีเกือบทั้งหมด ขณะนั้นฮังการีเองมีการแย่งกันขึ้นครองราชย์ระหว่างกษัตริย์เชื้อสายฮังกาเรียน-เยอรมัน กับเชื้อสายออสเตรียน ในปี 1541 กองกําลังชาวเติร์กก็ได้รับชัยชนะที่บูตา (Buda) และฮังการีก็ถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ อาณาจักรฮังการี ราชอาณาจักรใต้ราชวงศ์ฮับสบวร์กทางตะวันตกเฉียงเหนือ และอาณาจักรปกครองภายใต้ชาวเติร์กทาง ตะวันออกที่ซึ่งศาสนาคริสต์ถูกละเลย

หลังจากนั้น ฮังการีก็ตกอยู่ภายใต้การปกครองของออตโตมันเติร์กมาอีก 150 ปี

 

การทวงคืนอิสรภาพ

Szatmár

ในปี 1711 สนธิสัญญาสันติภาพลงนามที่ Szatmár ทําให้ฮังการีได้อิสรภาพคืนมาบ้างแต่ก็ไม่ ทั้งหมด การเคลื่อนไหวใหญ่ทั่วยุโรปที่เกิดขึ้นในปี 1849 เป็นช่วงเวลาสําคัญที่ชาวแมกยาร์พยายามต่อต้านอํานาจของราชวงศ์ฮับสบวร์กออกจากฮังการี ส่งผลให้เกิดการจัดตั้งจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการีขึ้นในปี 1867 เป็นจักรวรรดิที่มีระบอบการปกครองแบบควบคู่ (Dual Monarchy) มีเมืองหลวงอยู่ 2 เมือง คือกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย และกรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี พื้นที่ทั้งหมดใหญ่เป็นอันดับสองรองจากจักรวรรดิรัสเซีย และยังมีประชากรหนาแน่นเป็นอันดับ 3 รองจาก จักรวรรดิรัสเซียและจักรวรรดิเยอรมนีในขณะนั้น

พื้นที่อันเคยเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี มีประชากรรวมทั้งหมดถึง 73 ล้าน คน จักรวรรดินี้เจริญรุ่งเรืองมาจนถึงปี 1918 ก่อนถูกล้มล้างลงหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อมีการ ประกาศเป็นประเทศสาธารณรัฐฮังการี

การประกาศยุบจักรวรรดิออสเตรียฮังการีถูกตีพิมพ์และแจกจ่ายเมื่อปี 1918 ในคราโคว์ (ปัจจุบันเป็นเมืองหนึ่งของโปแลนด์)

 

ฮังการีในสงครามโลก

ฮังการีในสงครามโลก

ความเป็นอิสรภาพหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 (ค.ศ. 1914 – 1918) คงอยู่ได้ไม่ถึงปี สาธารณรัฐฮังการีก็ถูกครอบงําด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ ด้วยสนธิสัญญาทริอานน (Treaty of Trianon) เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 1920 ทําให้ฮังการีสูญเสียดินแดนไปเป็นจํานวนมากแก่เชโกสโลวาเกีย โรมาเนีย รัสเซียและยูโกสลาเวีย กว่าจะได้คืนกลับมาเมื่อปี 1938 ก่อนที่จะเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 ในปีต่อมา

ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ฮังการีอยู่ฝ่ายมหาอํานาจกลางหรือฝ่ายไตรภาคี (Triple Alliance) ประกอบด้วยเยอรมนี อิตาลี และญี่ปุ่น ประกาศสงครามกับสหภาพโซเวียต อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา และจําต้องส่งชาวยิวและคนยิปซีไปสู่ค่ายมรณะในปี 1944

หากแต่ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ฮังการีได้หันไปเริ่มฝักใฝ่กับสหภาพโซเวียต รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้จัดฐานะให้ฮังการีเป็นประเทศแรงงานและชาวนา จนกระทั่งเกิดจลาจลขึ้นในปี 1956 ชาวฮังกาเรียนพยายามขับไล่กองกําลังโซเวียตออกไปจากประเทศ เกิดการปะทะและมีผู้คนถูกสังหารไปนับพันๆคนจากเหตุการณ์ครั้งนี้

 

จากคอมมิวนิสต์สู่ประชาธิปไตยและอียู (European Union)

Hungary | Europian Union

ในปี 1989 ม่านเหล็กถูกทลายลงระบอบคอมมิวนิสต์เริ่มสลายกลายสภาพไปเป็นระบอบ ประชาธิปไตยแบบหลายพรรคการเมืองฮังการีได้ชื่อว่าเป็นประเทศแรกๆในกลุ่มยุโรปตะวันออกที่ เปิดรับระบอบประชาธิปไตยสไตล์ยุโรปตะวันตก ฮังการีได้เปิดเขตชายแดนด้านที่ติดกับประเทศ ออสเตรีย มีการเปิดตลาดหุ้นเป็นครั้งแรกในกรุงบูดาเปสต์ ต่อมาฮังการีได้ถอนตัวออกจากสนธิ สัญญาวอร์ซอ 1 ปีก่อนที่ตัวสัญญานี้จะถูกยกเลิกในปี 1991

ฮังการีได้เข้าร่วมองค์การนาโต้ในปี 1999 และเข้าร่วมเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปหรืออียูในปี 2004

ครบรอบ 50 ปีการจลาจ เดือนกันยายนปี 2006 ผู้คนหลายพันคนออกมาชุมนุมต่อต้านขับไล่นายกรัฐมนตรี Gyurcsany ให้ลาออกจากตําแหน่งหลังจากที่เขาได้ออกมายอมรับว่าโกหกระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง การชุมนุมเริ่มก่อตัวเป็นการประท้วงที่รุนแรงขึ้นในเดือนตุลาคม ซึ่งประจวบกับการครบรอบ 50 ปีของเหตุการณ์จลาจลในปี 1956

ทศวรรษปัจจุบัน ต้นปี 2012 รัฐบาลฮังการีประกาศเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT จาก 25% เป็น 27% กลายเป็นเรทที่สูงที่สุดในกลุ่มสหภาพยุโรปในปีนั้น และในเดือนกุมภาพันธ์ปีเดียวกัน สายการบินแห่งชาติ Maley ก็ประกาศล้มละลายอีกด้วย ปัจจุบันนี้ชาวฮังกาเรียนชอบให้สังคมโลกถือว่าพวกเขาเป็นชาวยุโรปกลาง ไม่ใช่ยุโรปตะวันออก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น