วิธีการเดินทางทั้งหมดในฮังการีที่ใครเดินทางด้วยตัวเองต้องรู้

วิธีการเดินทางทั้งหมดในฮังการีที่ใครเดินทางด้วยตัวเองต้องรู้ ทั้งการเดินทางโดยเครื่องบิน, รถไฟ, รถไฟใต้ดิน, รถบัส, รถยนต์เช่า, รถแท็คซี่ และตั๋วรถไฟแต่ละประเภท

การเดินทางไปฮังการี

เครื่องบิน

การเดินทางไปฮังการีโดยเครื่องบิน

ฮังการีมีสนามบินนานาชาติอยู่ 5 แห่ง เที่ยวบินระหว่างประเทศส่วนใหญ่ ไปลงอาคาร 2 (Terminal 2) ที่ Budapest Ferenc Liszt International Airport (www.bud.hu) ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ระยะทาง 16 กิโลเมตร โปรดอย่างง หากเห็นชื่อ Ferihegy Airport อีกชื่อหนึ่ง เขาเพิ่งเปลี่ยนชื่อ สนามบินเมื่อปี 2011 เพื่อเป็นการฉลองครบรอบวันเกิด 200 ปีของ Franz Liszt นักประพันธ์เพลง นักเปียโน และวาทยกรหน้าตาดีฝีมือฉกาจชาวฮังกาเรียน

 

รถไฟ

การเดินทางไปฮังการีโดยรถไฟ

มีรถไฟแล่นเข้า-ออกบูดาเปสต์จากหลากหลายเมือง เช่น ลุบลิยานา ชาเกรบ บูคาเรสต์ บราติสลาวา มอสโก และปราก เป็นต้น สถานีรถไฟหลักๆในเมืองบูดาเปสต์มี 4 แห่งคือ Nyugati palvaudvar ทางทิศเหนือ Kelenfold vasutal lomás ทางทิศใต้ Keleti palyaudvar ทางทิศตะวันออก Déli Palyaudvar ทางทิศตะวันตก

สถานีทั้ง 4 นี้มีเส้นทางรถไฟเชื่อมต่อกับประเทศต่างๆตามทิศ เพราะฉะนั้น ควรเช็คให้ดีก่อนวันเดินทางว่ารถไฟที่จะไปขึ้นหรือลงนั้นอยู่สถานีไหน เพราะถ้าไปผิดสถานีอาจมีสิทธิ์ตกรถไฟได้เลย เช่น รถไฟยูโรซิตี (EuroCity) ไปและกลับจากลุบลิยานาหรือซาเกรบ ต้องไปที่สถานี Kelenfold ทางฝั่งใต้ รถไฟยูโรในท์ (Euronight)ไปและกลับจากบูคาเรสต์ ต้องไปที่สถานี Keleti ทางฝั่งตะวันออก เป็นต้น

 

รถโค้ช/รถบัส

การเดินทางไปฮังการีโดยรถโค้ช / รถบัส

รถบัสระหว่างประเทศจะเข้าจอดที่สถานี Nepliget Coach Station ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมือง (ระยะทาง 17 กม. จากสนามบิน และ 5 กม. สู่ตัวเมืองบูดาเปสต์) ซึ่งเดินทางต่อเข้าเมืองได้ด้วยรถไฟใต้ดินสาย M3 ใช้เวลาเพียง 15 นาที

 

จองตั๋วรถบัสระหว่างประเทศได้ที่

 

รถยนต์เช่า

การเดินทางไปฮังการีโดยรถยนต์เช่า

ทั้ง AVIS และ Budget มีบริการส่งคืนรถ (Drop Off) ข้ามเมืองทําให้สะดวกมาก หากว่าไปกันหลายคนและอยากจะขับรถชมวิวไปเรื่อยๆ เช่น รับรถที่บูดาเปสต์ ประเทศฮังการี แล้วไปส่งรถคืนที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย เป็นต้น อย่าลืมเตรียมทําใบขับขี่สากลมาด้วยล่ะ อย่างไรก็ตาม ที่โน่นเขาขับรถคนละฝั่งกับบ้านเรา หากยังขับรถไม่คล่องเราก็ไม่แนะนําวิธีนี้

การเดินทางภายในฮังการี

การเดินทางภายในฮังการี

รถไฟ

การเดินทางโดยรถไฟระหว่างเมืองในประเทศฮังการีถือว่าเป็นเรื่องที่สะดวกสบายและที่สำคัญคือไม่แพง เขามีเส้นทางรถไฟเชื่อมต่อตามหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ และสามารถต่อรถบัสเข้าเล็กๆได้ไม่ยาก รถไฟทุกขบวนที่ได้ใช้บริการนั้นมี WiFi ให้ใช้ฟรีทั้งชั้น 1 และชั้น 2 แต่ขอและให้จองที่นั่งและขึ้นชั้น 1 เสมอเพราะมีแอร์ ส่วนชั้น 2 ต้องเปิดหน้าต่างรับลมธรรมชาติ ซึ่งอากาศจะร้อนมากในช่วงหน้าร้อน

เว็บไซต์ของการรถไฟแห่งชาติฮังการีคือ www.mavcsoport.hu/en เข้าไปดูเส้นทาง ตารางเวลา และจองตั๋วได้

 

รถโค้ช/รถบัส

มีบริษัทที่ให้บริการครอบคลุมทุกเส้นทาง ไม่ว่าจะใกล้ไกลแค่ไหนเขาไปหมด คือ รถของบริษัท VolanbuSZ Art. ที่ทางรัฐบาลฮังการีเป็นเจ้าของ 1000% และเปิดดําเนินการมาแล้วกว่า 75 ปี ปัจจุบันมีรถวิ่งให้บริการอยู่ประมาณ 1,000 คัน โดยวิ่งไปยังเมืองต่างๆถึง 100 เมือง เว็บไซต์ก็ใช้ง่ายมีภาษาอังกฤษอธิบายไว้ชัดเจน สามารถเข้าไปศึกษาเพิ่มเติมและซื้อตั๋วออนไลน์ได้ที่ www.volanbusz.hu/en

 

การเดินทางจากสนามบินเข้ากรุงบูดาเปสต์

เมื่อออกมาจากบริเวณรับกระเป๋า แล้วเลี้ยวซ้าย จะเห็นเคาน์เตอร์ Budapest Info ขนาดเล็กกับพนักงาน 1 คนที่จะคอย ให้ความช่วยเหลือและให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทาง การท่องเที่ยวภายในเมืองหลวงแห่งนี้ พร้อมแผ่นพับอีกสารพัดชนิด

 

รถเมล์ + รถไฟใต้ดิน

ตั๋วรถเมล์ราคา 350 โฟรินท์ (ประมาณ 50 บาท) ซื้อได้จากเคาน์เตอร์ BKK ในสนามบิน ร้านขายหนังสือรีเลย์ (Relay) และตู้ขายตั๋วอัตโนมัติที่ป้ายรถเมล์ แต่ถ้าไม่ทันหรือหาไม่เจอก็ไม่เป็นไร ขึ้นไปซื้อกับคนขับได้ ราคา 450 โฟรินท์ (ประมาณ 65 บาท) สําหรับผู้ที่ซื้อ Budapest Card สามารถขึ้นได้เลย แบบไม่จํากัดจํานวนเที่ยว แต่อย่าลืมเซ็นชื่อและเขียนวันที่ และเวลาเริ่มใช้งานเพื่อเป็นการเปิดใช้งานทั่ว (Validate Ticket) ก่อนขึ้นรถ ไม่อย่างนั้นอาจโดนปรับฐานทุจริตได้ การเดินทางเข้าเมืองจะแบ่งเป็น 3 ช่วงเวลาคือ

  1. ตี 3 ครึ่ง ถึงก่อน 5 ทุ่ม มีรถเมล์สาย 200E วิ่งระหว่างเทอร์มินอล 2 กับสถานี ต้นทางรถไฟใต้ดินสาย M3 ชื่อสถานี Kobanya-Kispest ให้นั่งรถเมล์มาลงที่นี่ (ใช้เวลาประมาณ 30 นาที) ต้องคอยฟังหรือสังเกตป้ายให้ดีๆว่าถึงหรือยัง จากนั้นเดินไปขึ้นรถไฟฟ้าสาย M3 ต่อไปยังตัวเมือง โดยให้ขึ้นคันที่เขียนว่าไป Ujpest K6zpont ถ้า ต้องการเปลี่ยนไปเป็นสาย M1 หรือ M2 ให้ไปเปลี่ยนที่สถานี Deak Ferenc ter
  2. 5 ทุ่ม ถึงเที่ยงคืน 21 นาที ให้ขึ้นรถเมล์สาย 200E ไปลงที่ Hatar ut แล้วต่อ รถเมล์กลางคืนหรือไนท์บัสสาย 914 1914A / 950 / หรือ 950A (มาทุกๆ 5-15 นาที) เข้าตัวเมือง
  3. เที่ยงคืน 22 นาที ถึงก่อนตี 3 ครึ่ง ให้ขึ้นรถเมล์กลางคืนหรือไนท์บัสสาย 900 มาลงที่ Bajcsy-Zsilinszky แล้วต่อรถเมล์กลางคืน หรือไนท์บัสสาย 950 หรือ 950A (มาทุกๆครึ่งชั่วโมง) เข้าตัวเมือง

 

รถไฟ

สถานีรถไฟที่ใกล้สนามบินที่สุดคือสถานี Ferihegy vasutalomas ไปได้ด้วยรถเมล์สาย 200E ซึ่งใช้เวลาเดินทางเพียง 10 นาทีเท่านั้น สถานี Ferihegy จะเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟ Nyugati ทางทิศเหนือของเมือง ทําให้สะดวกมากหากวางแผนเที่ยวต่อไปยัง เมืองอื่นทันทีด้วยรถไฟ โดยยังไม่แวะพักที่บูดาเปสต์ ตั๋วรถไฟเข้าเมืองหรือต่อไปเมืองอื่นๆ ซื้อได้ที่ช่องขายตัวในสถานี Ferihegy

อย่างไรก็ตาม สําหรับผู้ที่ไม่คล่องภาษาฮังกาเรียนและเพิ่งไปเยือนประเทศนี้เป็นครั้งแรก ขอแนะนําให้ใช้บริการรถเมล์แล้วไปต่อรถไฟฟ้าจะดีกว่า เพราะจากประสบการณ์แล้ว เจ้าหน้าที่ที่สถานีรถไฟ (ของทั้ง 5 ประเทศที่ไปครั้งนี้จะไม่ค่อยถนัดการสื่อสารภาษาอังกฤษสักเท่าไหร่ ต้องใช้ภาษามือช่วยจนกล้ามแขนขึ้นกันเลยทีเดียว

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.mav-start.hu

 

รถตู้หรือมินิบัส

เป็นบริการ 24 ชั่วโมงแบบดอร์-ทู-ดอร์ (Door-to-Door) หรือการรับจากสนามบิน แล้วส่งตรงถึงประตูโรงแรม สะดวกสบายมากๆ เป็นการนั่งแชร์กันไปหลายๆคนที่มีปลายทางใกล้กัน จึงอาจมีการจอดรออยู่บ้างกว่าจะออกรถได้ มีทั้งแบบ 10 / 30 / 50 ที่นั่ง รถทุกคันมี GPS คํานวณระยะทางและเวลาถึงที่หมายได้แบบเรียลไทม์ (Real Time) มีแอร์ และมี WiFi ให้ ใช้ฟรีตลอดการเดินทางด้วย

โต๊ะที่ให้บริการจองและสอบถามข้อมูลมีอยู่ภายในเทอร์มินอล 2 หากต้องการใช้บริการจากในเมืองมาที่สนามบิน สามารถจองออนไลน์ล่วงหน้าได้ที่ www.airportshuttle.hu หรือที่เบอร์ 436 1 296 2555 สําหรับราคาจากสนามบินไปยังตัวเมืองด้านใน 1 คน จ่าย 3,200 โฟรินท์ (ประมาณ 450 บาท) 2 คน จ่ายคนละ 2,395 โฟรินท์ (ประมาณ 350 บาท) 3 คน จ่ายคนละ 1,997 โฟรินท์ (ประมาณ 300 บาท) และจะถูกลงไปเรื่อย ๆ หากมากันหลายคน ก็เลยมีบ้างที่อาจเห็นบางคนทําเนียนไปรวมกลุ่มกับเพื่อนใหม่แล้วไปซื้อพร้อมๆกัน ค่าเฉลี่ยต่อใบก็จะลดลงไปตามความสามารถในการสร้างทีม

 

รถแท็กซี่

Főtaxi เป็นชื่อที่คุ้นเคย เพราะ Főtaxi เปิดทําการมาตั้งแต่สมัย ปี 1913 หรือตั้งแต่ยังไม่เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 โน่นเลย รถ Fotax รุ่นใหม่ๆที่เขาเรียกกันว่า รุ่น A จะเป็นรถที่มีอายุไม่เกิน 5 ปีและมี เครื่องรูดบัตรเครดิตติดไว้ในรถ สะดวกสบายมากสําหรับผู้ที่เพิ่งเดินทางมาถึง ไม่ต้องกังวลเรื่องการหาที่แลกเงินแต่อย่างใด

เมื่อตกลงใจจะใช้บริการรถแท็กซี่ให้มองหาป้าย Fotax สีแดงรูปสามเหลี่ยมคว่ำ เคาน์เตอร์หาไม่ยาก ออกมาจากเทอร์มินอล 2 ก็จะเห็นเลย แค่เอาที่อยู่ของที่พักไปยื่นให้พนักงาน แล้วรอรับคูปองจองรถ (Voucher) ซึ่งจะบอกรายละเอียดจุดหมายปลายทางไว้บนนั้น จากนั้นก็แค่เอาคูปองนี้ไปยื่นให้กับคนขับ

 

อัตราค่าแท็กซี่

ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2013 เป็นต้นมา มีการออกกฎหมายว่าด้วยอัตรารถแท็กซี่ใหม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน คือ ทุกคันจะเริ่มต้นที่ 450 โฟรินท์ และมิเตอร์จะปรับขึ้น 280 โฟรินท์ต่อกิโลเมตร นั่งจากสนามบินเข้าเมือง ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 6,500 โฟรินท์หรือ 900 บาท ซึ่งจะพอๆกับการนั่งมินิบัส 3 คน ข้อดีคือ เร็วและสะดวกกว่าไม่ต้องรอครบคน ข้อเสียคือไม่มี WiFi ฟรีให้ใช้และต้องนั่งลุ้น มิเตอร์ว่าหมุนไปเท่าไหร่แล้ว โดยเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วนที่การจราจรมักติดขัด

 

การเดินทางจากสถานีรถไฟเข้ากรุงบูดาเปสต์

Ferihegy vasutathomas

โดยปกติรถไฟจากประเทศเพื่อนบ้านจะวิ่งไปถึงสถานีหลักทั้ง 4 แห่งในตัวเมือง จึงค่อนข้างสะดวก เพราะทุกแห่งจะมีรถไฟฟ้าเชื่อมต่อไปยังจุดต่างๆในตัวเมืองได้ง่ายดาย

หากลงที่สถานีรถไฟ Ferihegy vasutathomas ซึ่งอยู่ห่างจากสนามบิน 10 นาที ก็จะอยู่ค่อนข้างไกลจากตัวเมืองและยังไม่มีรถไฟใต้ดินเข้าถึง สามารถซื้อตั๋วรถไฟต่อเข้าเมืองได้ที่เคาน์เตอร์ขายตัวตั้งแต่เวลา 6 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น หรือซื้อได้จากเครื่องขายตั๋วอัตโนมัติที่ชานชาลารถไฟได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.mav-start.hu

 

การเดินทางภายในกรุงบูดาเปสต์

 

แม้บูดาเปสต์จะค่อนข้างกว้างใหญ่ แต่เวลาเที่ยวจริงมักจะวนเวียนอยู่ระหว่างสะพาน 4 แห่งที่พาดผ่านแม่น้ำดานูบจากเหนือลงใต้ เชื่อมฝั่งบูดาทางตะวันตกเข้ากับฝั่งเปสต์ทางตะวันออก คือ

  • สะพานมากาเร็ต (Magaret Bridge | Margit hid)
  • สะพานโซ่ (Chain Bridge | Szechenyi ไanchid)
  • สะพานอลิซาเบธ (Elisabeth Bridge | Erzsebet hid)
  • สะพานเสรีภาพ (Liberty Bridge | Szabadsag hid)

แต่จะเดินอย่างเดียวคงไม่ไหว ต้องใช้บริการสาธารณะเข้าช่วย มีทั้งรถไฟใต้ดินหรือ เมโทร (Metro) รถเมล์ (Bus) รถราง (Tram) และเรือ (Boat) ถ้าใครซื้อ Budapest Card มา แล้วยิ่งไม่ต้องกังวล ขึ้นรถลงเรืออย่างสบายใจไม่มีจํากัดเที่ยวตลอดวันตลอดคืนจนกว่าตัวจะหมดอายุ ระบบรถไฟใต้ดินที่บูดาเปสต์เก่าแก่เป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากลอนดอน แต่เป็นแห่งแรกที่ใช้ระบบไฟฟ้าเพราะที่ลอนดอนเป็นระบบไอน้ำ

 

ชนิดตั๋วที่น่าจะมีโอกาสได้ใช้จริง

  • ตั๋วเที่ยวเดียว (Single Ticket) 350 โฟรินท์

มีอายุ 80 นาทีหลังจากที่วาลิเดทตั๋ว (Validate Ticket) คือ เอาตัวไปสอดที่เครื่องตรวจตั๋วเพื่อพิมพ์วันและเวลาใช้งาน ตั๋วจะมีอายุนานขึ้นเป็น 120 นาทีเมื่อเดินทางในตอนกลางคืน ตั๋วเที่ยวเดียวแปลว่า ขึ้นครั้งเดียวใช้ต่อรถไม่ได้แม้ว่าจะยังไม่ถึงจุดหมายปลายทางก็ตาม คิดง่ายๆเหมือนขึ้นรถเมล์ที่เมืองไทยที่ต้องจ่ายค่าตั๋วทุกครั้งที่ขึ้นรถ ยกเว้นเมโทรที่อาจต้องเปลี่ยนสายระหว่าง M1 / M2 / M3 / M4 สามารถเปลี่ยนได้ตราบเท่าที่ยังไม่ออกมานอกสถานี

  • ตั๋วต่อรถ (Transfer Ticket) 530 โฟรินท์

จะมีอายุมากสุด 100 นาทีในช่วงแรกและ 80 นาทีในช่วงสอง โดยที่ไม่ได้เอาเวลามารวมกัน เวลาในช่วงที่ 2 จะเริ่มนับใหม่เมื่อมีการต่อรถ (ตั๋วจะมีอายุนานขึ้นเป็น 120 นาทีทั้งช่วงแรกและช่วงที่สองเมื่อเดินทางในตอนกลางคืน) ข้อห้ามง่ายๆ คือ ห้ามซื้อตั๋วนี้เพื่อใช้ไปและกลับในเส้นทางเดิม

  • ตั๋วชุด 10 ใบ (Block of 10 Tickets) 3,000 โฟรินท์

เป็นการซื้อตั๋วเที่ยวเดียวแบบเหมา 10 ใบ ตกใบละ 300 โฟรินท์ ซึ่งถือว่าคุ้มมาก ใช้สัก 1-2 วัน ก็หมดแล้ว

  • ตั๋วรถไฟฟ้า 3 ป้าย (Short Section Metro Ticket) 300 โฟรินท์

เป็นตัวสําหรับขึ้นรถไฟใต้ดินเท่านั้น โดยจํากัดการเดินทางเพียง 3 ป้าย สามารถเปลี่ยนสายรถใต้ดินได้แต่ต้องรวมกันไม่เกิน 3  สถานีเท่านั้น และต้องสิ้นสุดการเดินทางภายใน 30 นาทีหลังจากที่ทําการวาลิเดทตั๋วเรียบร้อยแล้ว

  • ตั๋วเรือ (Single Ticket for Public Transport Boat) 750 โฟรินท์

ใช้ขึ้นได้ทั้งสาย 12/D13 ตลอดเส้นทาง พนักงานบนเรือจะเป็นคนทําการวาลิเดทตั๋ว โดยตั๋วจะไม่มีการจํากัด สามารถนั่งชมวิวทิวทัศน์ไปได้จนสุดสาย หากอยากนั่งกลับก็ต้องซื้อตั๋วเพิ่มอีก 1 ใบ แต่ถ้ามี Budapest Card ก็กระโดดขึ้นลงได้ไม่อั้น

 

บูดาเปสต์การ์ด (Budapest Card)

บูดาเปสต์การ์ด (Budapest Card)

BUDAPEST CARD การใช้ชีวิตและท่องเที่ยวในบูดาเปสต์จะสะดวกรวดเร็วไร้กังวล เพียงถือ บูดาเปสต์การ์ด ไม่ว่าจะเป็นแบบ 24 / 36 / 72 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับจํานวนวันที่ต้องการ ราคาอยู่ที่ 4,900 / 7,900 / 9,900 โฟรินท์ หรือประมาณ 700 / 1,100 / 1,400 บาท ตามลําดับ นอกจากใช้ขึ้นรถสาธารณะ เช่น รถเมล์ รถราง เรือ และรถไฟใต้ดิน ได้ฟรีไม่จํากัดจํานวนครั้งแล้ว ยังใช้เข้าบริการบ่ออาบน้ำแร่ที่ Lukacs Thermal Bath and Swimming Pool ได้ฟรี 1 ครั้ง เข้าชมนิทรรศการที่พิพิธภัณฑ์หลักๆได้ฟรี 1 ครั้ง ใช้บริการทัวร์ด้วยเท้า (Walking Tour) ที่ฝั่งบูดาและฝั่งเปสต์ได้ฟรี 2 ครั้ง และยังใช้เป็นส่วนลดในกิจกรรมอื่นๆได้อีกหลายอย่าง ถือว่าคุ้มค่าทั้งกับเวลาและจํานวนเงินเลยล่ะ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.budapest-card.com