จัตุรัสอลิซาเบธ (Elizabeth Square | ErZsébet ter)

Budapest เมืองหลวงของฮังการีที่ร่ำรวยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ตอนที่ 2

Budapest เมืองหลวงของฮังการีที่ร่ำรวยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ตอนที่ 2 พาร์ทนี้เราจะพาไปชมโบสถ์นักบุญสตีเฟน (St. Stephen Basilica | Szent István Bazilika), จัตุรัสอลิซาเบธ (Elizabeth Square | ErZsébet ter), โบสถ์ยิวโดฮาหนิ (Dohány Street Synagogue | Dohány utcai zsinagóga), กระเบื้องเคลือบ Herend และผับซิมผละแคร์ท (Szimpla Kert)

โบสถ์นักบุญสตีเฟน (St. Stephen Basilica | Szent István Bazilika)

โบสถ์นักบุญสตีเฟน (St. Stephen Basilica | Szent István Bazilika)

โบสถ์นี้เคยติดอันดับ 1 ใน 10 ภาพสิ่งก่อสร้างที่มีคนรู้จักมากที่สุดใน โลก เป็นโบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิกที่ใหญ่ที่สุดในฮังการี สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่กษัตริย์สตีเฟน (Istvan) กษัตริย์คริสต์พระองค์แรกของฮังการี ภายในวิจิตรงดงาม โดยเฉพาะบริเวณ เพดานโดมตรงกลางที่ประดับด้วยกระจกสีโมเสคส่องประกายแวววาว โดมนี้สูง 96 เมตรเท่ากับอาคารรัฐสภา เพื่อบ่งบอกว่าศาสนาและรัฐมีศักดิ์และอํานาจเท่าเทียมกัน

กว่าจะมาเป็นโบสถ์ที่พวกเราได้เห็นกันอยู่ทุกวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย มีการเปลี่ยนมือสถาปนิกหลักถึง 3 คน เพราะยังไม่ทันเสร็จก็ล้มหายตายจากกันไปเสียก่อน มีเรื่องเล่าว่า ครั้งหนึ่งมีชาวนาถึงกับเดินทางมาจากชนบทอันห่างไกล เพื่อมาขอทวงคืนเงิน 1 เหรียญที่เขาเคยบริจาค เพื่อสนับสนุนการสร้างโบสถ์แห่งนี้ เพราะขณะนั้นเริ่มมีข่าวลือกันหนาหูว่าโบสถ์นี้จะไม่มีวันสร้าง เสร็จอย่างแน่นอน

โยเซฟ ฮิลด์ (J6zsef Hild) สถาปนิกคนแรกได้ออกแบบโบสถ์ให้เป็นสไตล์นีโอคลาสสิก เริ่มก่อสร้างในปี 1851 รับช่วงต่อโดย มิโคลช อีบเบลอะ (Miklos Yb) ในปี 1867 ซึ่งอีกเพียงปีเดียวเท่านั้นที่โดมตรงกลางทลายครืนลงมา มิโคลชจึงออกแบบโดมใหม่ในสไตล์ นีโอ-เรอเนสซองส์ โยเซฟ เคาแชร์ (Jozsef Kauser) ได้มารับช่วงต่อเป็นสถาปนิกคนที่ 3 และ สร้างโบสถ์จนสําเร็จในปี 1905 รวมแล้วใช้เวลาถึงกว่า 50 ปีในการสร้างโบสถ์แห่งนี้

 

St. Stephen’s mummified hand

St. Stephen's mummified hand

เมื่อชื่นชมความงามของสถาปัตยกรรมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่าลืมเดินลัดเลาะเข้าไปจนถึงห้องในสุด ซึ่งเป็นที่เก็บพระหัตถ์ของกษัตริย์นักบุญสตีเฟนที่ได้รับการทําให้แห้งและไม่เน่าแบบมัมมี่ (Mummited) แม้จะเก็บอยู่ในตู้กระจกและมีเส้นกั้นไว้ไม่ให้เข้าใกล้จนเกินไป ก็ยังสามารถเห็นมือได้อย่างชัดเจน ถ้าไปมองจากทางด้านขวาจะชัดกว่าจากตรงกลาง

 

เวลาเปิด-ปิด : จ-ส 09.00-17.00 น./ อา 14.00-17.00 น.

ค่าเข้าชม (HUF) : Free

ที่อยู่ : 1051 Szent Istvan ter การเดินทางที่สะดวก : M1, 2, 3 ลงสถานี Deak Ferenc ter

พิกัด : 47.500894, 19.054174

เบอร์โทร : +36 1 311 0839

เว็บไซต์ : www.basilica.hu

 

จัตุรัสอลิซาเบธ (Elizabeth Square | ErZsébet ter)

จัตุรัสอลิซาเบธ (Elizabeth Square | ErZsébet ter)

เดินต่อลงไปทางใต้อีกประมาณ 5 นาทีก็จะถึง จัตุรัสอลิซาเบธ ศูนย์รวมความฮิปของที่นี่ไม่ว่าจะเป็น Akvarium – VOLT Music Club ที่เพิ่งปรับปรุงไปเมื่อปี 2014 ปัจจุบันถือเป็นที่เที่ยวกลางคืนที่ฮิตที่สุด โดยเฉพาะคออิเล็กทริคอลแดนซ์ บ่อน้ำที่ใช้เป็นแหล่งแฮงค์เอาท์ตอนกลางวันช่วงฤดูร้อน และเป็นที่รองรับชาวแฮงค์โอเวอร์ในช่วงรุ่งสาง หรือดีไซน์เทอร์มินอล (Design Terminal) ศูนย์กลางศิลปะ แฟชั่น และธุรกิจใหม่ๆที่เกิดขึ้นในท้องถิ่น โดยมีเป้าหมายที่จะเติบโตในระดับสากล หากใครอยากดูเทรนด์แฟชั่นบูดาเปสต์ รับรองว่าไปถูกที่แล้วล่ะ

นอกจากนี้ ดีไซน์เทอร์มินอลยังมีแหล่งบ่มเพาะธุรกิจเกิดใหม่ (Incubator) ที่ใช้ระบบแข่งขันเพื่อเข้ามาใช้บริการฟรีพร้อมทั้งมีเมนทอร์ (Mentor) หรือผู้คอยชี้แนะแนวทางธุรกิจให้คําปรึกษาแบบฟรีๆ อีกด้วย ถือว่าเป็นซีนที่น่าสนใจมาก เพราะตึกทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวนอนลากยาวที่เขาใช้เป็นดีไซน์เทอร์มินอลนั้น มีมาตั้งแต่สมัย 1948 เป็นอู่รถสําหรับการเดินทางใน เส้นทางไกลๆในสมัยโบราณจนถูกทิ้งร้างไว้หลายปี ก่อนจะได้รับการบูรณะใหม่อย่างที่เห็นและโด่งดังในทุกวันนี้ เมื่อเดินจนเมื่อยก็ลองเลือกนั่งพักตามร้านกาแฟเก๋ๆ มีอยู่มากมายรายรอบจัตุรัสแห่งนี้ หรือจะสั่ง “ปาลิงกะ” (Palinka) บรั่นดีผลไม้มานั่งจิบยามบ่ายก็เพลินดีไม่น้อย

 

โบสถ์ยิวโดฮาหนิ (Dohány Street Synagogue | Dohány utcai zsinagóga)

โบสถ์ยิวโดฮาหนิ (Dohány Street Synagogue | Dohány utcai zsinagóga)

จากนั้นให้เดินไปตามถนน Deak Ferencter ตัดเข้า Karoly Korat (หรือ Charles Boulevard) แต่พอถึงทางแยก 2 แฉก ให้เดินเฉียงออกทางซ้ายเข้าสู่ย่านชาวยิว เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 1944 หรือช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 บริเวณนี้เคยถูกล้อมไว้ด้วยกําแพงหินเพื่อให้เป็น “เก็ตโต” (Ghetto) หรือเขตกักกันชาวยิว ตัดขาดการติดต่อกับโลกภายนอก ปราศจากอาหารหรือ การเก็บปฏิกูลใดๆเป็นเวลาถึง 1 เดือนครึ่ง ทําให้เกิดทั้งโรคระบาดและผู้คนล้มตาย โดยศพถูกกองเรียงรายอยู่ตามถนนหนทางปะปนอยู่กับการใช้ชีวิตของผู้คนที่ยังรอดชีวิต

ปัจจุบันบริเวณนี้ดูเป็นปกติ หากไม่ทราบประวัติความเป็นมาก็อาจจะแค่เดินเลยผ่านเพื่อไปยังโบสถ์ยิว

 

ข้อควรรู้ก่อนเข้าโบสถ์ยิว

ก่อนเข้าโบสถ์ ผู้หญิงต้องคลุมไหล่ให้เรียบร้อย ผู้ชายต้องใส่ที่ครอบศีรษะเพื่อแสดงความเคารพต่อพระผู้เป็นเจ้าผู้อยู่เบื้องบน โดยปกติสําหรับผู้ชายยิวที่ไม่เคร่งครัดมากจะใส่ที่ครอบศีรษะซึ่งเรียกว่า ยาร์มุลเขอะ (Yarmulke) หรือ คิปปะ (Wppa) บนศีรษะเฉพาะเวลาสวด ทานอาหาร และศึกษาเล่าเรียนเท่านั้น

 

เวลาเปิด-ปิด : มี.ค. – ต.ค. อา-พฤ 10.00-17.30 น. ศ 10.00-15.30 น. (ปิดวันเสาร์)

พ.ย. – ก.พ. อา-พฤ 10.00-15.30 น. ศ. 10.00-13.30 น. (ปิดวันเสาร์)

 

ค่าเข้าชม (HUF) : ผู้ใหญ่ 3,000 นักเรียน/เกษียณ 2,000 เด็ก (6-14 ปี) 800 ถ่ายรูป 500

ที่อยู่ : Dohany น. 2, 1074 การเดินทางที่สะดวก : M2 ลงสถานี Astoria

พิกัด : 47,495899, 19.060591

เบอร์โทร : +36 1 343 0420

เว็บไซต์ : www.greatsynagogue.hu, www.zsidomuzeum.hu

ส่วนลด : ผู้ถือ Budapest Card ลด 10%

 

กระเบื้องเคลือบ Herend

กระเบื้องเคลือบ Herend

พอร์ซเลนหรือกระเบื้องเคลือบได้ถูกจัดไว้เป็นหนึ่งใน “ฮุงการิคุม” (Hungaricum) หรือของกิน งานศิลปะ และสัตว์อันเป็นสัญลักษณ์แห่งฮังการี ที่ไม่สามารถหาที่ใดได้อีกนอกจากที่ฮังการี

(สําหรับนักท่องเที่ยวมักจะหมายถึงของฝากจากฮังการีที่ควรซื้อกลับนั่นเอง) ร้านที่เก่าแก่และเป็นที่ยอมรับมากที่สุดในการผลิตกระเบื้องเคลือบในฮังการีคือ ร้านเฮเรนด์ เปิดกิจการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1826 หรือ เกือบ 200 ปีมาแล้ว ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้น ลงสีด้วยช่างที่ฝีมือประณีตมาก สีที่ใช้ทาก็ผ่าน กระบวนการผลิตมาแบบพิเศษเฉพาะ จึงทําให้กระเบื้องเคลือบทุกชิ้นในร้านงดงามสมราคา อย่างไรก็ตาม หากว่าบูดาเปสต์เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของทริป การจะซื้อพอร์ซเลนไปเก็บไว้ในกระเป๋าตลอดการเดินทางอาจจะไม่ใช้ไอเดียที่ดีนัก

การมาที่นี่ไม่ยาก เพียงขึ้นเมโทรสาย M1 ลงที่สถานี Verbsmarty ter แล้วเดินขึ้นไปอีกราว 200 เมตร ตามถนน Jozsef nador ter จะเห็นร้านอยู่ทางขวา ถ้ามาจากจัตุรัสอลิซาเบธ ให้เดินย้อนขึ้นแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนน Jozsef Attila แล้วเลี้ยว ซ้ายอีกที่เข้าถนน Jozsef nador ter ร้านจะอยู่ทางซ้ายมือ

 

ผับซิมผละแคร์ท (Szimpla Kert)

ผับซิมผละแคร์ท (Szimpla Kert)

ผับซิมผละแคร์ท เรียกสั้นๆว่า ซิมผละ อยู่ห่างจากโบสถ์ยิวไป 2 ช่วงถนน ตั้งอยู่บนถนน Kazinczy แต่คนที่นั่นเขา ตั้งชื่อเล่นให้ถนนนี้ว่า Pub Street ประมาณ 13 ปีที่แล้ว Szimpla Kert ได้เปิดตัวขึ้นจากการดัดแปลงโรงงานเก่าให้มาเป็นผับแบบโอเพนแอร์หรือผับกลางแจ้งขนาด 1,400 ตร.ม. ซึ่งเป็นของใหม่ในสมัยนั้น

เฟอร์นิเจอร์ตอนแรกๆก็เก็บของเก่ามาใช้ รวมถึงเก้าอี้เก่าที่คนเอามาทิ้งที่ขยะ แต่ด้วยความเก๋และมนต์ขลังของความคร่ำครึแต่เต็มไปด้วยคาแรกเตอร์ของ “รูอินผับ” (แปลตรงตัว หมายถึง ซากผับ หรือผับที่สร้างจากซากปรักหักพัง) กําเนิดของ Szinpla Kert จึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนทางวัฒนธรรม การเที่ยวกลางคืนของเหล่าฮิปสเตอร์ชาวฮังกาเรียน

แม้ผับจะครึกครื้นยามค่ำคืน เขาก็เปิดให้บริการในช่วงกลางวันด้วย สามารถแวะเข้าไปสั่งน้ำดื่มนั่งพักเหนื่อยได้ก่อนเดินชมเมืองกันต่อ ราคาเครื่องดื่มดูแล้วไม่ได้สูงกว่าที่อื่นๆนัก เช่น โค้กขวดแก้วขนาดเล็กขวดละ 350 โฟรินท์