หอคอยแมรี แมกดาลีน (Mary Magdalene Tower)

สถานที่ท่องเที่ยวฝั่งบูดาหรือฝั่งซ้ายของแม่น้ำดานูบ เมืองบูดาเปสต์

สถานที่ท่องเที่ยวฝั่งบูดาหรือฝั่งซ้ายของแม่น้ำดานูบ เมืองบูดาเปสต์ ตะลุยเที่ยวคาสเซิลชิลล์ (Castle Hill), พระราชวังหลวง (Royal Palace | Kiralyi Palota), โบสถ์มาธยาช (Matthias Church | Mátyás Templom), ป้อมปราการชาวประมง (Fisherman’s Bastion | Halaszbastya), ป้อมปราการชาวประมง (Fisherman’s Bastion | Halaszbastya), ประตูเวียนนา (Vienna Gate | Bécsi Kapu), หอคอยแมรี แมกดาลีน (Mary Magdalene Tower | Mária Magdolna Torony), เนินเขาเกลแลร์ท (Gellert Hill | Gellert-hegy), ถ้ำเกลแลร์ท (Gellerthegyi-barlang), เกาะมาร์กาเร็ต (Margaret Island | Margitsziget)

 

คาสเซิลชิลล์ (Castle Hill)

พระราชวังหลวง (Royal Palace | Kiralyi Palota)

พระราชวังหลวง (Royal Palace | Kiralyi Palota)

พระราชวังแห่งนี้มีการก่อสร้างกันแบบไม่รู้จบ รื้อสร้างใหม่มาแล้วอย่างต่ำ 6 ครั้งใน รอบ 700 ปีที่ผ่านมา ผ่านมาหลายสถาปัตยกรรมไม่ว่าจะเป็นโกธิก บารอก หรือนีโอ-บารอก ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ฮังการีถูกกองกําลังเยอรมันเข้าโจมตีอย่างหนัก ทําให้หลังคาโดมตรงกลางพระราชวังทั้งแผ่นหล่นลงมา เฟอร์นิเจอร์ต่างๆได้รับความเสียหายเกือบหมด จึงมีการบูรณะโดมขึ้นใหม่เป็นแบบนีโอ-คลาสสิก อย่างที่เห็นในปัจจุบัน

นักท่องเที่ยวมักจะนิยมโยนเหรียญลงในบ่อน้ำพุมาธยาช (Matthias Fountain | Matvas kutia) บริเวณสวนด้านหน้าโดม โดยเชื่อว่าจะทําให้พวกเขาได้กลับมาที่บูดาเปสต์อีกอย่างปลอดภัย เดินผ่านน้ำพุไปจะถึงปีกตึกอันเป็นที่ตั้งของ หอศิลป์แห่งชาติ (Hungarian National Gallery) และ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์บูดาเปสต์ (Budapest History Museum)

 

รถรางขึ้นเขา (Buda Castle Funicular | Budavári Sikló)

รถรางขึ้นเขา (Buda Castle Funicular | Budavári Sikló)

ข้ามสะพานโซ่ที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศ จะถึงเนินปราสาทหรือคาสเซิลฮิลล์ (Castle Hill | Várhegy) และสถานีรถรางขึ้นเขา (Buda Castle Funicular | Budavári Sit6) เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1870 เป็นรถรางที่เก่าแก่เป็นอันดับ 2 ของโลก (รองจาก Reisszug | Reizug ในประเทศออสเตรีย) จุได้ 20 คนต่อเที่ยว บนรางยาว 95 เมตร ระหว่างทางจะได้เห็นวิวทิวทัศน์อันกว้างใหญ่ของฝั่งเปสต์และแม่น้ำดานูบขึ้นไป ถึงก็เจอกับรูปปั้นนกตูรุล (Turn Bird) ลักษณะคล้ายนกเหยี่ยว สัญลักษณ์แทนอํานาจ ความเข้มแข็ง และความสง่างาม เป็นนกที่สําคัญมากในเชิงประวัติศาสตร์การก่อตั้งประเทศของชาวแมกยาร์เพราะนกในเทพนิยายตัวนี้ได้มาปรากฏในความฝันของภรรยาท่านผู้นําเผ่า ก่อนที่ท่านจะอพยพมาตั้งรกรากที่ผืนแผ่นดินแห่งนี้

หากไม่ใช้รถรางก็มีทางเดินขึ้น เนินได้จากทาง Kiraly Lepcsö หรือ The Royal Steps ทางด้านเหนือของคาสเซิลฮิลล์ เมื่อมาถึงด้านบนแล้วจะมีรถมาจอดรอนักท่องเที่ยวพาเที่ยวชมแบบสบายๆ แต่จริงๆแล้วบริเวณนี้ไม่ได้กว้างมาก เดินอย่างเดียวก็ทั่ว หรือจะใช้วิธีนั่งรถเมล์สาย 16 ดูวิวไปเรื่อยๆ ก็ได้ มีป้ายจอดตามจุดต่างๆทั่วบริเวณคาสเซิลฮิลล์

เวลาให้บริการรถรางขึ้นเขา : 07.30 – 22.00 น.

ค่าบริการ (HUF) : ผู้ใหญ่เที่ยวเดียว 1,200 /ไป-กลับ 1,800

เด็กเที่ยวเดียว 700 /ไป-กลับ 1,100

ที่ตั้ง : Clark Adam ter, 1013

การเดินทางที่สะดวก : Bus 16, 105 / Tram 19, 41

พิกัด : 47.498203, 19.039107

เว็บไซต์ : www.bkv.hu

 

โบสถ์มาธยาช (Matthias Church | Mátyás Templom)

โบสถ์มาธยาช (Matthias Church | Mátyás Templom)

อิ่มเอมกับพระราชวังเป็นที่เรียบร้อยก็นั่งรถเมล์สาย 16 ต่อไปยังโบสถ์มาธยาช สิ่งก่อสร้างสําคัญอีกแห่งที่ตั้งอยู่บนเนินเขาคาสเซิลฮิลล์ที่ความสูง 180 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลชื่อเดิมคือ The Parish Church of Our Lady Mary สร้างขึ้นระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 13-15 ต่อมาได้กลายสภาพไปเป็นสุเหร่า เมื่อครั้งที่ชาวเติร์กเข้ามาครอบครองบูดาอยู่ถึง 150 ปี เมื่อกลับมาสู่อ้อมอกชาวคริสเตียนอีกครั้ง จึงได้บูรณะตกแต่งในสไตล์บารอก ส่วนสถาปัตยกรรมที่เห็นในปัจจุบันเป็นแบบนีโอ-โกธิก ซึ่งได้เสริมแต่งเข้าไปเมื่อครั้งการบูรณะใหญ่ระหว่างปี ค.ศ. 1873-1896

แม้ว่าผู้สร้างโบสถ์นี้คือ กษัตริย์เบลาที่ 4 (Bela V) แต่เนื่องจากกษัตริย์มาธยาช ได้ทําพิธีอภิเษกสมรสที่โบสถ์นี้ถึง 2 ครั้ง คนจึงเรียกกันติดปากว่า โบสถ์มาธยาช พระองค์ยังเป็นผู้รับสั่งให้สร้างหอคอยสูง 60 เมตรเพิ่มให้แก่โบสถ์นี้อีกด้วย

เวลาเปิด-ปิด : จ-ศ 09.00-17.00 น. ส. 09.00-13.00 น. อา 13.00-17.00 น. (อาจมีการเปลี่ยนแปลง)

ค่าเข้าโบสถ์ และค่าขึ้นหอคอย (HUF) : ผู้ใหญ่ 1,400 นักเรียนและผู้สูงอายุ 1,000

ที่อยู่ : Szentharomsag ter 2

การเดินทางที่สะดวก : Bus 16, 16A, 116, 916

พิกัด : 47.501957, 19.034614

เบอร์โทร : 436 1 489 0716

เว็บไซต์ : www.matyas-templom.hu, turizmus@matyas-templom.hu

 

ป้อมปราการชาวประมง (Fisherman’s Bastion | Halaszbastya)

ป้อมปราการชาวประมง (Fisherman's Bastion | Halaszbastya)

ติดกับโบสถ์มาธยาชคือ ป้อมปราการชาวประมง สร้างขึ้นระหว่างปี 1895-1902 เพื่อการเฉลิมฉลองครบรอบ 1,000 ปีของการก่อตั้งประเทศ และเพื่อเสริมความงามให้กับโบสถ์มาธยาช สถาปนิก Frieves Schulek ใช้เวลาสร้างที่นีถึง 7 ปีได้ป้อมปราการ 7 ยอดแหลมเป็นตัวแทนชาวแมกยาร์ 7 เผ่าด้วยสถาปัตยกรรมแบบนีโอ-โรมาเนสก์ ผลงานที่เห็นในปัจจุบันคือของตัวลูกชายสถาปนิกที่ทําการบูรณะหลังจากที่ป้อมเดิมถูกทําลายลงในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 รูปปั้นที่อยู่ด้านหน้าของป้อมปราการชาวประมง คือกษัตริย์นักบุญสตีเฟน

เวลาเปิด-ปิด : มี.ค.-เม.ย. : จ-อา 9.00-19.00 น. พ.ค.-ต.ค. : จ-อา 9.00-20.00 น.

ค่าเข้าชม (HUF) : ผู้ใหญ่ 700 นักเรียนและผู้สูงอายุ 350 (บริเวณรอบๆ ด้านนอก ชมฟรี)

ที่อยู่ : Szentharomsag ter 5, 1014

การเดินทางที่สะดวก : Bus 16, 16A, 116, 916

พิกัด : 47.502184, 19.034790

เบอร์โทร : +36 1 458 3030

เว็บไซต์ : www.fishermansbastion.com

 

ประตูเวียนนา(Vienna Gate | Bécsi Kapu)

 ประตูเวียนนา(Vienna Gate | Bécsi Kapu)

นั่งรถเมล์สาย 16, 16A, 116, 916 ต่อไปทางเหนือจะเจอประตูเวียนนา ชื่อเดิมสมัยยุคกลางคือ Szombat-kapน หรือประตูวันเสาร์ เพราะมีตลาดมาตั้งขายของบริเวณหน้าประตูนี้ทุกๆวันเสาร์ บ้างก็ว่าเป็นตลาดสําหรับพ่อค้าที่ไม่ใช่ชาวยิวเท่านั้น แต่แล้ววันหนึ่งประตูนี้ก็ถูกเปลี่ยนชื่อไปเป็น Zsido-kapน หรือประตูชาวยิว

เวลาพ่อแม่ชาวฮังกาเรียนพูดกับลูกๆที่ชอบเถียง มักจะเปรียบเอาประตูเวียนนานี้มาอ้าง คือ พอลูกเถียง แม่ก็จะโต้กลับไปว่า “ปากลูกนี้ใหญ่เป็นประตูเวียนนาเลยนะจ๊ะ” ประมาณนี้

 

หอคอยแมรี แมกดาลีน (Mary Magdalene Tower | Mária Magdolna Torony)

หอคอยแมรี แมกดาลีน (Mary Magdalene Tower)

ถัดไปอีก 1 ป้ายรถเมล์คือ (อดีต) โบสถ์ที่สร้างมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 13 คงอยู่บนหัวมุมถนน Orszaghaz ตัดกับ Kapisztran ter ความพิเศษของที่นี่คือ เป็นโบสถ์แห่งเดียวที่ไม่ได้ถูกเปลี่ยนไปเป็นสุเหร่าในช่วงที่ชาวเติร์กเข้ามาครอบครอง ส่วนของโบสถ์ที่ใช้สําหรับทําพิธีได้ถูกทําลายลงในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และไม่มีการสร้างขึ้นใหม่ตั้งแต่นั้น ยกเว้นเพียงช่องกระจกบานเดียวบนแผ่นหินที่สร้างขึ้นไว้เป็นอนุสรณ์เพื่อรําลึกถึงอดีต

 

ตะลุยเกลแลร์ทฮิลล์ (Gellert Hill | Gellert-hegy)

เนินเขาเกลแลร์ท (Gellert Hill | Gellert-hegy) อยู่ทางทิศใต้ฝั่งบูดา ระหว่างเชิงสะพานอลิซาเบธและสะพานเสรีภาพ ชื่อเขาแม้จะฟังดูฝรั่งเศสโรแมนติก แต่ความจริงเป็นชื่อของนักบุญเกลแลร์ทที่ถูกประหารด้วยการโยนลงไปจากยอดเขาลูกนี้

 

เนินเขาเกลแลร์ท (Gellert Hill | Gellert-hegy)

ตะลุยเกลแลร์ทฮิลล์ (Gellert Hill | Gellert-hegy)

บนเนินเขามีป้อมปราการ หรือ ซิตาเดล ลา สร้างขึ้นโดยราชวงศ์ฮับสบวร์กในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 โดยด้านหน้ามีอนุสาวรีย์เสรีภาพ (Liberty Monument) ความสูงประมาณ 10 เมตร เป็นรูปปั้นหญิงนางหนึ่งถือใบปาล์มอันเป็นสัญลักษณ์การประกาศอิสรภาพของนครบูดาเปสต์ อนุสาวรีย์นี้สร้างขึ้นเมื่อปี 1947 เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่เหล่าทหารชาวรัสเซียที่พลีชีพในสนามรบช่วยบูดาเปสต์กอบกู้เอกราช เมื่อก่อนไม่ได้มีแค่รูปปั้นหญิงสาวเท่านั้น ตอนสร้างใหม่ๆมีการสลักชื่อผู้เสียชีวิตเป็นอักษรซีริลลิก (Cyrillic) บนแผ่นหิน สี่เหลี่ยมบริเวณฐานอนุสาวรีย์ และรูปปั้นทหารโซเวียต ภายหลังได้รื้อย้ายไปตั้งไว้ที่ Memento Park เมื่อปี 1992

 

ถ้ำเกลแลร์ท (Gellerthegyi-barlang)

ถ้ำเกลแลร์ท (Gellerthegyi-barlang)

ตํานานกล่าวไว้ว่าฤาษีหรือนักบุญอีวาน (Szent Ivan) ได้มาพํานักรักษาตัวที่ถ้ำเกลแลร์ท แล้วใช้ น้ำแร่ธรรมชาติจากทะเลสาบดินโคลนบริเวณใกล้ๆมารักษาโรคให้หายได้ ความเชื่อนี้ส่งทอดต่อกันมาว่าน้ำนี้มีแหล่งที่มาเดียวกันคือ จากบ่อน้ำพุร้อนเกแลร์ท ดังนั้นบ่อน้ำพุร้อนเกแลร์ท ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆ จึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า บ่ออาบน้ำโคลน (Muddy Baths)

ปัจจุบันถ้ำนี้ได้รับการปรับปรุงให้เป็นโบสถ์หิน (Rock Church) ที่มีน้ำพุร้อนช่วยทําให้อุณหภูมิคงที่ 21 องศาเซลเซียสตลอดทั้งปี เป็นวิวที่เห็นได้ชัดเจนจากหน้าต่างห้องนอนในโรงแรมเกลแลร์ท ซึ่งมีบริการโรงอาบน้ำพุร้อนสาธารณะให้กับทั้งแขกผู้เข้าพักและขาจรด้วย

 

เกาะมาร์กาเร็ต (Margaret Island | Margitsziget)

ในสมัยกลางเกาะนี้ชื่อว่าเกาะกระต่าย (Rabbit Island) เพราะมีกระต่ายกระโดดไปมาอยู่เต็มเกาะ ต่อมาเปลี่ยนชื่อตามธิดาของกษัตริย์เบลาที่ 4 ที่ได้บนบานเอาไว้ว่า หากฮังการีรอพ้นจากการรุกรานของพวกมองโกลได้จะให้พระธิดาบวชเป็นแม่ชี เมื่อสําเร็จดังคําขอ เจ้าหญิงมาร์กาเร็ตจึงต้องเป็นแม่ชีอาศัยอยู่ในคอนแวนต์และได้รับการยกย่องให้เป็นนักบุญในเวลาต่อมา

เกาะมาร์กาเร็ตตั้งอยู่ระหว่างสะพานมาร์กาเร็ตและสะพานอาร์ผาด มีทางเดิน ลู่วิ่ง และชายหาดที่งดงาม คนหนุ่มสาวนิยมมาออกเดทกันที่นี่ หรือมานั่งปิกนิกกันในช่วงฤดูร้อน หรือไม่ก็หาเช่าจักรยานปั่นชมวิว ระหว่างเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม มักมีการจัดกิจกรรมการแสดงบนเวทีกลาง แจ้ง (Open-Air Theater) ติดกับหอเก็บน้ำ (Water Tower)

บนเกาะมากาเร็ต ยังมีซากปรักหักพังให้เห็นเป็นหย่อมๆหลงเหลือมาตั้งแต่ยุคกลาง (Medieval Period) ในช่วงศตวรรษที่ 5-15 หรือหลังการล่มสลายของจักรวรรดิโรมัน ก่อนเข้าสู่ยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาการหรือเรอเนสซองส์นั่นเอง