สถานที่ท่องเที่ยวทั้งหมดในทรานซิลเวเนีย (Transylvania)

สถานที่ท่องเที่ยวทั้งหมดในทรานซิลเวเนีย (Transylvania)

ทรานซิลเวเนีย (Transylvania) ภูมิภาคเก่าแก่ของประเทศ เปลี่ยนผ่านผู้ครอบครองมาหลายมือจนในที่สุดก็ได้กลับมาสู่อ้อมอกโรมาเนีย คําว่า ทรานซิลเวเนีย มาจากภาษาละติน แปลว่า ดินแดนเลยผืนป่า (Land beyond the forest) ยูฟ่าเบท

สถานที่ท่องเที่ยวทั้งหมดในทรานซิลเวเนีย (Transylvania)
สถานที่ท่องเที่ยวทั้งหมดในทรานซิลเวเนีย (Transylvania)

จากบูคาเรสต์มีรถไฟไปที่หลายเมืองในทรานซิลเวเนีย รวมถึงเมืองบราชอฟ เช็คตารางรถไฟได้ที่ www.cfrcalatoi.ro ตารางการเดินทางจะอยู่มุมซ้ายบนหน้าเว็บให้เลือก Bucuresti Nord เป็นสถานีต้นทางในบูคาเรสต์

จากเว็บไซต์จะเห็นว่า นอกจากราคาและวันเวลาเดินยังให้รายละเอียดเกี่ยวกับขบวนรถ (Train) ตู้ชั้น 1 หรือชั้น 2 (Services) ระยะเวลาในการเดินทาง (Duration) ระยะทาง (km) และต้องจองที่นั่งล่วงหน้าหรือไม่ (Places Reservation) ซึ่งข้อนี้สําคัญมาก ถ้าในตารางบอกว่าให้สํารองที่นั่งก็ต้องสํารองที่นั่งการใช้บริการ เพื่อป้องกันการถูกปรับ

อีกวิธีที่จะไปได้อย่างสะดวกก็คือการไปกับทัวร์ท้องถิ่นนั่นเอง

ปราสาทเปเลช | Peleş Castle

ปราสาทเปเลช | Peleş Castle
ปราสาทเปเลช | Peleş Castle

ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเทือกเขาคาร์เพเธียนในเขตเมืองซีนาย (Sinaia) ตั้งชื่อตามลําธารที่ไหลผ่านสวนหน้าวังสร้างขึ้นระหว่างปี 1873-1883 โดยกษัตริย์คาโรลที่ 1 (King Carol 1) เพื่อใช้เป็นพระราชวังฤดูร้อน (พระราชวังหลักตอนนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งชาติในบูคาเรสต์) เป็นปราสาทแรกในโรมาเนียที่มีไฟฟ้าใช้ งบก่อสร้างที่เป็นค่าเงินในปัจจุบันได้ประมาณ 120 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 4 พันล้านบาท)

แต่ละห้องมีการตกแต่งที่แตกต่างกันมากๆ แบ่งสไตล์ด้วยการคั่นด้วยประตู เมื่อเปิดประตูเหล็กเข้าไปทางขวามือคือห้องทํางานของกษัตริย์ การเข้าพบกับกษัตริย์ในสมัยนั้นจะเป็นการยืนสนทนากัน ถือเป็นกุศโลบายให้ขอคําปรึกษาสั้นๆ เพื่อไม่ให้กษัตริย์ทรงงานหนักยกเว้นแต่เป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องหารือกันนาน กษัตริย์จึงจะเชิญแขกเข้าไปนั่งจิบชากาแฟกันอีกห้องหนึ่ง

กษัตริย์คาโรลที่ 1 มีเชื้อสายเยอรมัน พูดภาษาฝรั่งเศสกับคณะรัฐบาลและพูดโรมาเนียนกับ ประชาชน ในห้องสมุดของพระองค์มีหนังสือเก็บไว้กว่าหมื่นเล่มและมีอยู่ 40 เล่มที่แต่งโดยพระนาง ซีซี (Sisi) หรือจักรพรรดินีเอลิซาเบธแห่งออสเตรีย โดยใช้นามแฝงว่า Carmen Sylva ที่ห้องสมุดนี้จะมี ประตูลับเปิดไปสู่ห้องบรรทม

ด้านในสุดคือ ห้องอาหารสุดอลังการที่ยังคงเฟอร์นิเจอร์เดิมไว้ทั้งหมดใช้ สําหรับเสวยมื้อกลางวันและมื้อเย็นมี 2 วัน ต่อปีที่จัดเป็นมื้ออาหารครอบครัว (วันสําหรับราชวงศ์) ด้านในสุดจะเห็นรูกลวง เรียงกันเป็นรูปสามเหลี่ยม มีชื่อเล่นว่า น้ําพ ร้องให้ (The Crying Fountain) เคยใช้เป็นช่องลําเลียงน้ําจากแม่น้ำเข้าสู่ปราสาท

สําหรับผู้ซื้อทัวร์แบบ 75 นาที จะได้เห็นประตูลับอีกหนึ่งแห่งเปิดไปสู่ห้องบรรทม เช่นกัน ได้เห็นความทันสมัยของห้องน้ํา ในยุคคริสต์ศตวรรษที่ 19 ปราสาทแห่งนี้มีชักโครก ใช้แล้ว และไฮไลต์เลยก็คือ จะได้เห็นห้องที่ลวดลายนูนบนเพดาน ช่างเหมือนกับลวดลายบน ผืนพรมที่ปูอยู่บนพื้นห้อง เหมือนภาพสะท้อนไม่มีผิด

ความทันสมัยและ ความโอ่อ่างดงามของ ปราสาทแห่งนี้ เป็นอีกหนึ่ง ตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า ทําไมโรมาเนียได้รับการ ขนานนามว่า ปารีสน้อยแห่ง ยุโรปตะวันออก (Little Paris of Eastern Europe)

เวลาเปิดปิด : กลาง พ.ค. – กลาง ก.ย. อา 11.00-17.00 น. / พ-อา 09.15-17.00 น. (ปิดวันจันทร์) วันอังคารเข้าชมได้เฉพาะชั้นล่างเท่านั้น กลาง ก.ย. – กลาง พ.ค. พ. 11.00-17.00 น. / พฤ-อา 09.15-17.00 น. (ปิดวันจันทร์-อังคาร) 3 พ.ย. – 3 ธ.ค. ปิดปรับปรุงปราสาท แต่ยังเข้าชมชั้นล่างได้ ปราสาทปิดให้บริการในวันหยุดราชการ วันคริสต์มาส และวันปีใหม่สากล

ค่าเข้าชม (RON) :

• ชั้นล่าง (45 นาที) ผู้ใหญ่ 20 / ผู้สูงอายุ 10 / นักเรียน 5

• ชั้นล่างและชั้น 1 (75 นาที) ผู้ใหญ่ 50 / ผู้สูงอายุ 25 / นักเรียน 12.5

• กล้องถ่ายภาพ 32 (จ่ายเงินแล้วเอาใบเสร็จหนีบที่สายกล้องตลอดเวลา)

สถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุด : Sinaia (ระหว่างทางจากบุคาเรสต์ไปบราซอฟ)

ที่อยู่ : Aleea Pelesนในi nr. 2, Sinaia, Romania

เบอร์โทร : +40 244 310 918

เว็บไซต์ : www.peles.ro

ปราสาทแดรกคูลา | Bran Castle

ปราสาทแดรกคูลา | Bran Castle
ปราสาทแดรกคูลา | Bran Castle

ความเป็นมาของปราสาทบราน เริ่มต้นขึ้นในปี 1211 จากการเป็นป้อมปราการของอัศวินทิวโทนิก ใช้เป็นฐานที่มั่นต่อสู้กับข้าศึกที่บุกรุกมาทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของแคว้นทรานซิลเวเนีย ต่อมาในปี 1388 กษัตริย์หลุยส์แห่งฮังการีได้ปรับปรุงเป็นปราสาท โดยใช้เป็นด่านเก็บภาษีและยังเป็นป้อมปราการเหมือนเดิม ในปี 1998 ชาวแซกซอนแห่งบราชอฟ (คนเชื้อสายเยอรมันที่อพยพมาที่แคว้นทรานซิลเวเนียตั้งแต่ศตวรรษที่12) ก็ขอสัมปทานใช้ปราสาทเป็นเวลา 10 ปี ด้วยเงิน 1,000 torins ความสําคัญของปราสาทแห่งนี้ทั้งในด้านศุลกากรและด้านการทหารสิ้นสุดลงในปี 1836 แล้วถูกปล่อยทิ้งร้างอยู่ในป่าถึง 30 ปี

ในปี 1920 เหล่าขุนนางบราชอฟได้มอบปราสาทหลังนี้เป็นของขวัญแด่ พระราชินีแมรี (Queen Marie) หลานสาวควีนวิคตอเรียแห่งอังกฤษ ufabet เธอเป็นที่รักใคร่ของประชาชนทั้งในประเทศโรมาเนียและในต่างแดน ควีนแมรีได้ทําการปรับปรุงให้ปราสาทบรานเป็นที่พักของราชวงศ์และยังเป็นที่พํานักโปรดของพระองค์ด้วย เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะได้พบเห็นที่นี่จึงไม่ใช่คราบเลือดของท่านเคาท์ แต่จะได้ชมคอลเล็กชันงานศิลปะและเฟอร์นิเจอร์ สมบัติของควีนแมรีแห่งโรมาเนียอันวิจิตรงดงาม

เวลาเปิดปิด

• 1 เม.ย. – 30 ก.ย. / จ 12.00-18.00 น./ อ-อา 09.00-18.00 น.

• 1 ต.ค. – 31 มี.ค. / จ 12.00-16.00 น./อ-อา 09.00-16.00 น.

ในช่วงอีสเตอร์ (ประมาณมี.ค.-เม.ย.) ให้เช็คเวลาอีกครั้งก่อนไป

ค่าเข้าชม (RON) : ผู้ใหญ่ 30 /ผู้สูงอายุ 20 /นักเรียน 15 ค่าถ่ายวิดีโอ (RON) : 20 (มือสมัครเล่นถ่ายภาพฟรี)

สถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุด : BrasOV

ที่อยู่ : Str. General Traian Mosoiu, nr. 24, Bran

เบอร์โทร : +40 268 237 700

อีเมล : office@bran-castle.com

เว็บไซต์ : www.bran-castle.com

ทําไมจึงเรียกปราสาทบรานว่าปราสาทแดรกคูลา

เมื่อประมาณ 140 ปีก่อน ในยุควิคตอเรียน มีนักเขียนชาวไอริชชื่อ แบรม สโตรกเกอร์ (Bram Stroker) มีอาชีพเป็นผู้จัดการโรงละครแห่งหนึ่งในกรุงลอนดอน และหารายได้เสริมด้วยการเขียนนิยาย หนึ่งในผลงานก็คือนิยายโกธิกสยองขวัญเรื่อง Dracula ตี พิมพ์ครั้งแรกในปี 1897 แบรมทําการค้นคว้าหาข้อมูล อยู่หลายปีเกี่ยวกับวัฒนธรรมท้องถิ่นของภาคพื้นยุโรปรวมถึงเรื่องเกี่ยวกับแวมไพร์

บทความที่น่าจะมีอิทธิพลอย่างมากต่อแบรมคือของ เอมิลี เจอคราด์ ที่เขียนขึ้นในปี 1885 เป็นความเชื่อเรื่องผีสางเทวดาแห่งแคว้นทรานซิลเวเนีย เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการแต่งนิยายเรื่องแดรกคูลา เพราะตัวเขาเองก็ยังไม่เคยเดินทางมาที่ปราสาทแห่งนี้ (ประเทศไอร์แลนด์นั้นมีลักษณะเป็นเกาะ ซึ่งห่างไกลจากประเทศโรมาเนียมาก) อย่างไรก็ตาม เมื่อนิยายโด่งดัง แบรมก็บอกว่ามีอยู่คืนหนึ่ง เขากินเนื้อปูราดมายองเนสมากเกินไป จึงฝันร้ายถึงกษัตริย์แวมไพรที่ฟื้นคืนชีพขึ้นมาจากหลุม จึงเป็นที่มาของนิยายเรื่องราวเกี่ยวกับท่านเคาท์แดรกคูลาผีดิบดูดเลือด ส่งผลทําให้ประเทศ โรมาเนียได้รับฉายาดินแดนแห่งแวมไพร์ไปด้วย

ชื่อของท่านเคาท์นั้นมาจากฉายา “Dracula” ของเจ้าชายวลาดที่ 3 (Vlad II) แห่ง “แคว้นวอลลาเชีย (Wallachia) พระองค์มีชื่อเล่นว่า Vlad Tepes หรือ Vlad the Impaler พระองค์ประสูติที่เมืองซีกีชัวรา (Signisoara) เมื่อต้นคริสต์ศตวรรษที่ 15 ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้นําที่กดขี่บ้าเลือดปราศจากความปราณี ส่วนฉายาว่า “Dracula” หรือ Draculesti นั้นเอามาจากนามสกุลของพระบิดา มีความหมายว่า “โอรสของ Dracul” (พระบิดาคือ Vlad II ได้รับพระราชทานนามสกุล Dracu แปลว่า มังกรจากกษัตริย์ฮังการี แต่ในภาษาโรมาเนียนคําว่า Drac แปลว่า ปีศาจ) วลาดที่ 3 ถูกจับโดยกองกําลังกษัตริย์ฮังการีในปี 1462 และเชื่อว่าถูกนําตัวมายังที่ปราสาทแห่งนี้เป็นเวลา 2 เดือน

ความเกี่ยวข้องระหว่างประวัติศาสตร์กับนิยายมีอยู่ 2 อย่าง คือ (1) ฉายา “Dracula” ของเจ้าชายวลาดที่ 3 ไปตรงกับชื่อท่านเคาท์ในนิยายของแบรม และ (2) เจ้าชาย วลาดที่ 3 ถูกจับมาขังไว้ที่ปราสาทบรานอยู่ 2 เดือน ซึ่งบรรยากาศของปราสาทแห่งนี้ก็ตรงกับคําพรรณนาถึงปราสาทแดรกคูลาในนิยายของแบรม คนจึงเรียกปราสาทแห่งนี้ว่า ปราสาทแดรกคูลา จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่ทราบว่าเป็นเรื่องจริงหรือแค่เรื่องบังเอิญเท่านั้น